Table of Contents
- ทำไมต้องบราซิล?
- ทำความรู้จักกับวีซ่าบราซิลประเภทครอบครัว (Family Visa)
- รายละเอียดการอัปเดตในปี 2025
- คุณสมบัติผู้มีสิทธิ์ขอวีซ่าครอบครัวบราซิล
- ขั้นตอนการขอวีซ่าโดยละเอียด
- รายการเอกสารที่ใช้ประกอบการขอวีซ่าบราซิลประเภทครอบครัว (Family Visa)
- สถานที่ยื่นวีซ่าบราซิลในประเทศไทย
- ค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ
- บริการขอวีซ่าบราซิลโดยผู้เชี่ยวชาญจากเรา เริ่มต้นเพียง 3,500 บาท
- เคล็ดลับเตรียมตัวและข้อควรระวัง
- FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการขอวีซ่าบราซิลประเภทครอบครัว
- สรุป
ทำไมต้องบราซิล?
บราซิล (Brazil) เป็นประเทศใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ และเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะหนึ่งในประเทศที่มีความหลากหลายทั้งทางธรรมชาติและวัฒนธรรมอย่างน่าประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นงานเทศกาลคาร์นิวัล (Carnival) ในเมืองริโอ เดอ จาเนโร (Rio de Janeiro) ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก การแข่งขันฟุตบอลที่ทรงเกียรติ และภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยป่าอเมซอน (Amazon Rainforest) อันอุดมสมบูรณ์ ด้วยความงดงามทางธรรมชาติ วิถีชีวิตที่เป็นกันเองของผู้คน ตลอดจนอาหารและดนตรีที่มีชีวิตชีวา จึงไม่น่าแปลกใจที่คนทั่วโลก รวมถึงคนไทยหลายคน สนใจจะเดินทางไปอาศัยอยู่ในบราซิลแบบระยะยาว หรือไปเยี่ยมครอบครัวที่อาศัยอยู่ในบราซิล
ในบริบทของผู้ที่มีครอบครัว หรือมีคู่สมรส หรือบุพการี หรือบุตรที่เป็นชาวบราซิล หรือนักเรียนไทยที่เดินทางไปเรียนแล้วย้ายถิ่นฐาน มีความต้องการที่จะพาครอบครัวมาอยู่ด้วย วีซ่าบราซิลประเภทครอบครัว (Family Visa) ถือเป็นกุญแจสำคัญในการเปิดโอกาสให้ใช้ชีวิตและสร้างอนาคตในดินแดนสีสันแห่งนี้
วันนี้เราจะพาท่านเจาะลึกทุกขั้นตอนการขอวีซ่าบราซิล ประเภทครอบครัว (Family Visa) ในปี 2025 โดยข้อมูลเป็นการอัปเดตล่าสุด ให้ครอบคลุมตั้งแต่รายละเอียดของวีซ่า เอกสารที่จำเป็นต้องใช้ ขั้นตอนการดำเนินการทั้งหมด ไปจนถึงค่าใช้จ่าย และคำถามที่พบบ่อย (FAQ) พร้อมกับบริการสุดพิเศษจาก nycvisa.org ซึ่งมีทีมผู้เชี่ยวชาญเรื่องวีซ่า คอยให้คำปรึกษาและดูแลเคสของท่านอย่างมืออาชีพในราคาย่อมเยา เริ่มต้นเพียง 3,500 บาท
ทำความรู้จักกับวีซ่าบราซิลประเภทครอบครัว (Family Visa)
วีซ่าบราซิลประเภทครอบครัว (Family Visa) เป็นวีซ่าที่ออกให้แก่ผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางเครือญาติกับพลเมืองบราซิล (Brazilian Citizen) หรือผู้ที่มีถิ่นพำนักถาวรในบราซิล (Permanent Resident) วีซ่าประเภทนี้ออกแบบมาเพื่อให้สมาชิกครอบครัวสามารถเข้ามาพำนักในบราซิลแบบระยะยาว (ชั่วคราวจนถึงกึ่งถาวรขึ้นอยู่กับเงื่อนไข) โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการรวมครอบครัว ทำให้เกิดความสะดวกในการใช้ชีวิตร่วมกัน เรียนหรือทำงานในบราซิลได้ตามข้อกำหนดของกฎหมาย และยังสามารถต่ออายุหรือทำเรื่องเป็นผู้พำนักถาวร (Permanent Residency) ได้หากเข้าหลักเกณฑ์ตามที่ทางการบราซิลกำหนด
ตัวอย่างบุคคลที่สามารถยื่นขอวีซ่าบราซิลประเภทครอบครัว ได้แก่
- คู่สมรส (Spouse) ชาวบราซิลหรือผู้พำนักถาวรในบราซิล
- บิดามารดา (Parents) ของบุตรที่ถือสัญชาติบราซิล
- บุตร (Child) ของผู้ที่ถือสัญชาติบราซิล หรือผู้พำนักถาวรในบราซิล
- บุคคลที่อยู่ในความอุปการะ (Dependents) เช่น ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการ ที่มีผู้ดูแลเป็นพลเมืองบราซิล
วีซ่าประเภทครอบครัวสำหรับบราซิลไม่เพียงเปิดโอกาสให้ท่านสามารถเยี่ยมเยียนครอบครัวได้อย่างสะดวก แต่ยังมอบสิทธิประโยชน์หลายด้าน เช่น การต่อวีซ่าภายในประเทศ การเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข การศึกษา และการสมัครงานภายในกฎระเบียบที่ทางการบราซิลกำหนด จึงนับเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มชาวต่างชาติที่มีครอบครัวหรือต้องการก่อตั้งครอบครัวในบราซิล

รายละเอียดการอัปเดตในปี 2025
ปี 2025 มีความเปลี่ยนแปลงในกฎระเบียบและเงื่อนไขบางประการเกี่ยวกับการขอวีซ่าประเภทครอบครัวของบราซิล ซึ่งผู้สมัครจำเป็นต้องทราบเพื่อเตรียมตัวได้อย่างถูกต้องและสมบูรณ์ การอัปเดตที่สำคัญมีดังนี้
- การยื่นแบบฟอร์มออนไลน์
ในปี 2025 ทางการบราซิลได้บังคับใช้ระบบยื่นแบบฟอร์มการขอวีซ่าผ่านระบบออนไลน์อย่างเป็นทางการ เพื่อลดปัญหาการกรอกข้อมูลผิดพลาดและปรับปรุงประสิทธิภาพการตรวจสอบให้รวดเร็วขึ้น ผู้สมัครต้องลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศบราซิล (Ministério das Relações Exteriores) หรือเว็บไซต์ของสถานทูตบราซิลประจำประเทศต่าง ๆ - การนัดหมายล่วงหน้าเพื่อสัมภาษณ์
แม้ว่าวีซ่าประเภทครอบครัวอาจไม่ได้บังคับสัมภาษณ์ทุกราย แต่บางกรณีที่เจ้าหน้าที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือสงสัยในความสัมพันธ์ ทางเจ้าหน้าที่อาจเรียกสัมภาษณ์ ผ่านระบบออนไลน์ (Video Conference) หรือผ่านการนัดหมายที่สถานทูต/สถานกงสุล ซึ่งจะมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้าผ่านทางอีเมลที่ได้ลงทะเบียนไว้ - เอกสารแสดงความสัมพันธ์ที่เข้มงวดขึ้น
เอกสารที่แสดงความสัมพันธ์กับพลเมืองบราซิล เช่น สูติบัตร ทะเบียนสมรส หรือหลักฐานการรับรองบุตร จะมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดขึ้น ผู้สมัครควรเตรียมเอกสารฉบับจริงและสำเนา พร้อมคำแปลภาษาโปรตุเกส (หรืออังกฤษ) ที่ผ่านการรับรอง (Notarized) หรือการประทับตรา Apostille (ตามอนุสัญญา Apostille) เรียบร้อย - กระบวนการพิจารณาที่สั้นลง
ข้อดีของระบบใหม่ คือ ระยะเวลาการพิจารณาวีซ่าจะเร็วขึ้นจากเดิมเล็กน้อย เนื่องจากมีการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้ในการตรวจสอบเอกสารและข้อมูล ประกอบกับระบบการนัดหมายสัมภาษณ์และยื่นเอกสารออนไลน์ ช่วยลดภาระงานของเจ้าหน้าที่ในขั้นตอนปฏิบัติ ทำให้ผู้สมัครทราบผลการพิจารณาได้เร็วกว่าเดิม - อัตราค่าธรรมเนียมที่มีการปรับปรุง
ในปี 2025 ได้มีการอัปเดตอัตราค่าธรรมเนียมของวีซ่าประเภทต่าง ๆ ของบราซิล ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสกุลเงินและอัตราแลกเปลี่ยน ควรตรวจสอบค่าธรรมเนียมล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการก่อนทำการยื่นเรื่อง

คุณสมบัติผู้มีสิทธิ์ขอวีซ่าครอบครัวบราซิล
ผู้ที่จะขอวีซ่าบราซิลประเภทครอบครัว (Family Visa) จะต้องมีคุณสมบัติและเหตุผลในการขอวีซ่าเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ทางครอบครัวกับพลเมืองบราซิลหรือผู้พำนักถาวรในบราซิล โดยทั่วไปมีเงื่อนไข ดังต่อไปนี้:
- เป็นคู่สมรส (Spouse)
- จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมายของประเทศที่จดทะเบียน
- มีเอกสารยืนยันสถานะการแต่งงาน เช่น ใบทะเบียนสมรส ฉบับแปลภาษาโปรตุเกสหรือภาษาอังกฤษที่ได้รับการรับรองตามกฎหมาย
- เป็นบิดา/มารดาของบุตรที่ถือสัญชาติบราซิล
- ต้องสามารถแสดงสูติบัตรของบุตรที่ถือสัญชาติบราซิลหรือมีการออกเอกสารรับรองความเป็นบิดา/มารดา
- บัตรประจำตัวหรือหนังสือเดินทางของบุตรที่เป็นชาวบราซิล
- เป็นบุตร (Child)
- ต้องมีหลักฐานชัดเจนว่าบุคคลที่อยู่ในบราซิลเป็นบิดา/มารดาที่ถือสัญชาติบราซิล หรือพำนักถาวรในบราซิล
- บุตรยังไม่บรรลุนิติภาวะ (ตามกฎหมายบราซิลโดยทั่วไปคืออายุ 18 ปี) แต่ในบางกรณีอาจมีข้อยกเว้นตามเงื่อนไข
- เป็นผู้ที่อยู่ในความอุปการะ (Dependent)
- กรณีที่เป็นผู้สูงอายุ หรือมีความเจ็บป่วยทางกายหรือทางจิตที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด และผู้ดูแลเป็นชาวบราซิลหรือผู้พำนักถาวร
- ต้องมีเอกสารยืนยันสถานะทางกฎหมายและความจำเป็นทางการแพทย์หรือเหตุผลด้านมนุษยธรรม
สิ่งสำคัญคือต้องมีเอกสารรับรองความสัมพันธ์ที่ถูกต้องครบถ้วน และในกรณีที่เอกสารนั้นออกโดยหน่วยงานของไทยหรือประเทศอื่นที่ไม่ใช่บราซิล ควรแปลเป็นภาษาโปรตุเกส (หรืออังกฤษ) และทำการรับรองหรือตราประทับตามขั้นตอน (Notarized / Apostille) ให้ครบถ้วนก่อนยื่นเรื่อง
ขั้นตอนการขอวีซ่าโดยละเอียด
ตรวจสอบความเหมาะสมและเตรียมเอกสาร
- ตรวจสอบคุณสมบัติ
ก่อนอื่น ผู้สมัครต้องตรวจสอบว่าตนเองมีคุณสมบัติเข้าข่ายสำหรับวีซ่าประเภทครอบครัวหรือไม่ โดยอ่านรายละเอียดที่ปรากฏในเว็บไซต์ทางการของกระทรวงการต่างประเทศบราซิล หรือเว็บไซต์ของสถานทูตบราซิลในประเทศไทย - รวบรวมเอกสารหลัก
- หนังสือเดินทาง (Passport) ที่มีอายุมากกว่า 6 เดือน
- แบบฟอร์มออนไลน์ที่กรอกข้อมูลครบถ้วน
- เอกสารรับรองความสัมพันธ์ เช่น ทะเบียนสมรส สูติบัตร ทะเบียนบ้าน ฯลฯ
- เอกสารแปลที่ได้รับการรับรอง (Notarized / Apostille)
- รูปถ่ายขนาดตามที่กำหนด (โดยทั่วไปจะเป็น 2×2 นิ้ว หรือ 3×4 เซนติเมตร ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดปัจจุบัน)
- หลักฐานการเงิน (ถ้ามีการร้องขอ)
- ประกันสุขภาพ (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของสถานทูต)
- ใบรับรองความประพฤติ (Police Clearance Certificate) จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (หากจำเป็น)
- ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร
ควรตรวจสอบเอกสารแต่ละฉบับให้ละเอียด เพื่อไม่ให้มีข้อผิดพลาด หรือเกิดปัญหาในการยื่นในภายหลัง หากไม่แน่ใจว่าควรใช้เอกสารใด หรือมีเอกสารใดที่ขาดหาย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือติดต่อสถานทูต/สถานกงสุลบราซิลโดยตรง

ลงทะเบียนและกรอกแบบฟอร์มออนไลน์
- สร้างบัญชีในระบบออนไลน์
ไปยังเว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศบราซิล (หรือเว็บไซต์สถานทูต) แล้วลงทะเบียนเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้ ระบบจะให้ท่านตั้งชื่อผู้ใช้ (Username) และรหัสผ่าน (Password) เพื่อใช้เข้าถึงและติดตามสถานะการขอวีซ่า - กรอกข้อมูลในแบบฟอร์ม
กรอกข้อมูลส่วนตัว ประวัติการศึกษา การทำงาน วัตถุประสงค์ของการเดินทาง รายละเอียดเกี่ยวกับสมาชิกครอบครัวในบราซิล รวมถึงข้อมูลอื่น ๆ ตามที่ระบบร้องขอ ให้กรอกอย่างละเอียดและซื่อสัตย์ เพราะข้อมูลเหล่านี้จะถูกใช้ในการพิจารณาวีซ่า - อัปโหลดเอกสาร
ผู้สมัครบางรายอาจต้องอัปโหลดสำเนาเอกสารหรือไฟล์ PDF เช่น หนังสือเดินทาง ทะเบียนสมรส สูติบัตร ฯลฯ หากทางระบบมีข้อกำหนดให้ทำ - ตรวจสอบและยืนยัน
เมื่อกรอกทุกส่วนครบถ้วน ให้ตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้งก่อนกดยืนยันการส่ง เพราะหลังจากยืนยันแล้ว อาจไม่สามารถแก้ไขข้อมูลได้
การชำระค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ
- ค่าธรรมเนียมวีซ่า (Visa Fee)
แต่ละประเทศมีการกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมแตกต่างกัน ควรตรวจสอบค่าใช้จ่ายจากเว็บไซต์สถานทูตบราซิลประจำประเทศไทย หรือโทรศัพท์สอบถามเพื่อความแน่ใจ - ค่าบริการเสริม (Service Charge)
กรณีใช้บริการของเอเจนซี่หรือผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่า เช่น nycvisa.org ผู้สมัครต้องเสียค่าบริการเพิ่มเติมตามแพ็กเกจที่เลือก - วิธีการชำระเงิน
- ชำระผ่านบัตรเครดิต/เดบิต ออนไลน์
- ชำระผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารหรือตู้ ATM ตามใบแจ้งยอดชำระ (Bank Slip)
- ชำระเงินสดที่สถานทูต/สถานกงสุล (หากมีนโยบายให้ชำระที่จุดบริการ)
- เก็บหลักฐานการชำระเงิน
หลังจากชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ควรเก็บสลิปหรือใบยืนยันการชำระเงินอย่างดี เพื่อใช้ประกอบการยื่นเอกสารและเป็นหลักฐานเมื่อมีปัญหา

การยื่นเอกสารที่สถานทูต/สถานกงสุลบราซิล
- นัดหมายล่วงหน้า (Appointment)
ส่วนใหญ่ระบบออนไลน์จะมีฟังก์ชันให้ผู้สมัครทำการนัดหมายวันที่และเวลาที่สะดวกสำหรับการไปยื่นเอกสาร หรือบางครั้งเจ้าหน้าที่จะกำหนดให้ผู้สมัครจัดส่งเอกสารทางไปรษณีย์ (ขึ้นอยู่กับขั้นตอนและนโยบายในแต่ละพื้นที่) - เตรียมเอกสารต้นฉบับ (Original Documents)
นำเอกสารต้นฉบับทั้งหมดติดตัวไปเพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่ เช่น หนังสือเดินทาง (Passport) ทะเบียนสมรส สูติบัตร เอกสารแสดงฐานะการเงิน (ถ้ามี) - ส่งสำเนาและเอกสารแปลที่รับรองแล้ว
เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร หากมีข้อสงสัยหรือเอกสารไม่ครบถ้วน อาจต้องขอให้ผู้สมัครนำเอกสารเพิ่มเติมมาส่ง หรือแก้ไขข้อมูลก่อน - รับใบรับรองการยื่น (Submission Receipt)
เมื่อยื่นเอกสารเรียบร้อย เจ้าหน้าที่จะออกใบรับรองการยื่น ให้เก็บไว้อย่างดีเพื่อติดตามสถานะ
ขั้นตอนการสัมภาษณ์ (หากมี)
- รูปแบบสัมภาษณ์
- บางกรณีอาจสัมภาษณ์ผ่าน Video Conference หากผู้สมัครพักอยู่ห่างไกลหรือมีจำนวนผู้สมัครมาก
- การสัมภาษณ์แบบเผชิญหน้าที่สถานทูต/สถานกงสุล
- หัวข้อคำถาม
- ภูมิหลังส่วนตัวและประวัติครอบครัว
- ความสัมพันธ์กับพลเมืองบราซิลหรือผู้พำนักถาวร
- เหตุผลของการเดินทางและการพำนักในบราซิล
- แผนการใช้ชีวิตในบราซิล (ถ้าจำเป็น)
- ตรวจสอบความน่าเชื่อถือ
เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบว่าข้อมูลทั้งหมดที่ให้มาสอดคล้องกันหรือไม่ และมีเจตนาเดินทางไปบราซิลอย่างถูกกฎหมาย
ตรวจสอบสถานะและระยะเวลาการพิจารณา
- ระยะเวลาพิจารณา
โดยทั่วไปสำหรับวีซ่าครอบครัว อาจใช้เวลาประมาณ 2-6 สัปดาห์ในการตรวจสอบขึ้นอยู่กับภาระงานของสถานทูต ในปี 2025 นี้ คาดว่าอาจเร็วกว่านั้นเล็กน้อย หากเอกสารครบถ้วนและไม่มีปัญหาการตรวจสอบ - ติดตามสถานะออนไลน์
ผู้สมัครสามารถล็อกอินเข้าสู่ระบบที่ได้ลงทะเบียนไว้เพื่อติดตามสถานะ หรือใช้หมายเลขอ้างอิง (Reference Number) เพื่อค้นหาข้อมูล - แจ้งเตือนผ่านอีเมล
ระบบใหม่ในปี 2025 อาจมีการแจ้งเตือนผ่านอีเมล เมื่อมีการอัปเดตสถานะ เช่น เมื่อวีซ่าได้รับการอนุมัติหรือถูกปฏิเสธ

รับวีซ่าและข้อควรปฏิบัติหลังได้รับวีซ่า
- การรับเล่มพาสปอร์ตคืน
เมื่อวีซ่าได้รับอนุมัติแล้ว ผู้สมัครจะได้รับการแจ้งให้ไปรับหนังสือเดินทางคืนที่สถานทูต/สถานกงสุล หรืออาจจัดส่งทางไปรษณีย์ตามที่ตกลงกัน - ตรวจสอบข้อมูลในวีซ่า
ตรวจสอบว่าชื่อ-นามสกุล เลขที่พาสปอร์ต ประเภทวีซ่า และระยะเวลาของวีซ่าถูกต้องทั้งหมด - การเตรียมตัวก่อนเดินทาง
- จัดเตรียมตั๋วเครื่องบิน
- จัดหาแผนประกันสุขภาพ
- ศึกษาข้อกำหนดการเข้าประเทศบราซิล (Customs / Immigration)
- เตรียมเงินสดหรือบัตรเครดิตสำหรับใช้จ่ายในช่วงแรก
- การขยายระยะเวลาวีซ่า
หากต้องการอยู่ในบราซิลนานขึ้น หรือเปลี่ยนเป็นสถานะผู้พำนักถาวร ควรติดต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (Polícia Federal) ในบราซิลตามกระบวนการที่กำหนด
รายการเอกสารที่ใช้ประกอบการขอวีซ่าบราซิลประเภทครอบครัว (Family Visa)
- หนังสือเดินทาง (Passport)
- ต้องมีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน
- มีหน้าว่างสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้า
- รูปถ่าย
- ส่วนใหญ่กำหนดขนาด 2×2 นิ้ว หรือ 3×4 ซม. (ตรวจสอบจากเว็บไซต์ของสถานทูตอีกครั้ง)
- พื้นหลังขาวหรือสีอ่อน
- ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน
- ใบคำร้องขอวีซ่า (Visa Application Form)
- กรอกครบถ้วนถูกต้องตามจริง
- พิมพ์ออกมา (ถ้าระบบให้ดาวน์โหลด) หรือเก็บหมายเลขอ้างอิงออนไลน์
- ทะเบียนสมรส / สูติบัตร / เอกสารรับรองบุตร (แล้วแต่กรณี)
- ต้องเป็นฉบับแปลภาษาโปรตุเกส/อังกฤษที่ได้รับการรับรอง (Notarized / Apostille)
- สำเนาบัตรประชาชน/ทะเบียนบ้าน (สำหรับผู้สมัครจากประเทศไทย)
- กรณีเป็นภาษาไทยต้องแปลและรับรอง
- ใบรับรองความประพฤติ (Police Clearance Certificate)
- ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดและประเภทของวีซ่า (บางครั้งไม่จำเป็น แต่ทางสถานทูตอาจขอเพิ่มเติม)
- เอกสารรับรองฐานะการเงิน (Bank Statement / Payslip)
- กรณีที่ทางเจ้าหน้าที่ร้องขอ เพื่อยืนยันว่าผู้สมัครสามารถดูแลตนเองหรือบุคคลในความอุปการะได้
- ประกันสุขภาพและประกันการเดินทาง (ถ้าจำเป็น)
- เพื่อรองรับกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุในต่างแดน

สถานที่ยื่นวีซ่าบราซิลในประเทศไทย
ผู้ที่พำนักอาศัยในประเทศไทยสามารถติดต่อขอวีซ่าบราซิลได้ที่
- เอกอัครราชทูตบราซิลประจำไทย
The Embassy of the Federative Republic of Brazil
ที่อยู่ : 1168/101 Lumpini Tower, Rama IV Road, 34F, แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120
เว็บไซต์ : เอกอัครราชทูตบราซิลประจำไทย - เว็บไซต์ : http://www.brazilembassy.or.th/
- ติดต่อ : 02-679-8567
- การยื่นทางออนไลน์
สามารถสมัครและกรอกข้อมูลออนไลน์ ผ่านระบบ eVisa ของบราซิล (หากมี) หรือผ่านระบบลงทะเบียนออนไลน์ตามที่สถานทูตแจ้ง
ในบางกรณีหากมีสถานกงสุลอื่น ๆ ที่ได้รับมอบหมายให้รับคำร้องวีซ่า อาจยื่นที่นั่นได้เช่นกัน แต่โดยทั่วไปในประเทศไทยมักยื่นที่สถานทูตในกรุงเทพฯ เป็นหลัก
ค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ
- ค่าธรรมเนียมวีซ่า (Visa Fee)
- มักอยู่ในช่วง 80-150 ดอลลาร์สหรัฐ (USD) หรือประมาณ 2,400 – 4,500 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานทูตและสกุลเงิน รวมถึงอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงเวลานั้น
- ผู้สมัครควรตรวจสอบอัตราค่าธรรมเนียมอัปเดตจากเว็บไซต์ทางการ
- ค่ารับรองเอกสาร (Notarization / Apostille)
- แต่ละเอกสารอาจมีค่าใช้จ่ายต่างกันออกไป หากต้องยื่น Apostille หรือ Notarize ควรสอบถามหน่วยงานที่ให้บริการ
- ราคาต่อฉบับเริ่มต้นอาจอยู่ที่ 500-2,000 บาท (ขึ้นอยู่กับสถานที่ให้บริการ)
- ค่าบริการของเอเจนซี่หรือผู้เชี่ยวชาญ
- หากต้องการความสะดวกในการจัดเตรียมเอกสาร แปลเอกสาร และประสานงานกับสถานทูต/หน่วยงาน ทางเอเจนซี่หรือผู้เชี่ยวชาญจะคิดค่าบริการตามแพ็กเกจ
- nycvisa.org เปิดให้บริการในราคา เริ่มต้นเพียง 3,500 บาท ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการคำปรึกษาแบบเบื้องต้น ไปจนถึงบริการแพ็กเกจพิเศษที่รองรับการทำงานแบบครบวงจร
- ค่าเดินทางและค่าที่พัก (ถ้ามี)
- สำหรับผู้สมัครที่ไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯ อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการเดินทางมาสถานทูต
- ค่าที่พักหากต้องรอสัมภาษณ์หรือรอผลในระยะเวลาที่นานขึ้น

บริการขอวีซ่าบราซิลโดยผู้เชี่ยวชาญจากเรา เริ่มต้นเพียง 3,500 บาท
หากการเตรียมเอกสารและขั้นตอนต่าง ๆ ดูยุ่งยากหรือซับซ้อนเกินไปสำหรับท่าน หรือท่านไม่มีเวลาศึกษารายละเอียดด้วยตนเอง ทาง nycvisa.org พร้อมเป็นที่ปรึกษาด้านวีซ่าบราซิลประเภทครอบครัว (Family Visa) แบบครบวงจร เรามีทีมงานที่มีประสบการณ์ในการประสานงานกับสถานทูตบราซิลในประเทศไทย และเข้าใจความแตกต่างของขั้นตอนด้านเอกสาร กฎหมาย ตลอดจนวัฒนธรรมของบราซิลเป็นอย่างดี
ประโยชน์ที่จะได้รับจากการใช้บริการของเรา
- คำแนะนำด้านเอกสารที่ละเอียดและชัดเจน
เราช่วยตรวจสอบเอกสารทุกฉบับ พร้อมให้คำแนะนำว่าต้องแปลหรือรับรองเอกสารใดบ้าง เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานของทางการบราซิล - ช่วยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เรามีทีมงานคอยช่วยเหลือในการติดต่อหน่วยงานภาครัฐ สถานทูต หรือผู้ให้บริการรับรองเอกสารแบบมืออาชีพ - ลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธวีซ่า
เมื่อเอกสารครบถ้วนถูกต้อง โอกาสที่จะได้รับการอนุมัติวีซ่าก็จะสูงขึ้น เรามีประสบการณ์ในการตรวจสอบจุดอ่อนที่อาจเกิดขึ้นและแนะนำวิธีแก้ไข - ปรึกษาได้ตลอดกระบวนการ
ไม่ว่าท่านจะติดปัญหาขั้นตอนใด ทีมงานเราพร้อมให้คำปรึกษาเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ - อัปเดตสถานะตลอดเวลา
เราช่วยติดตามสถานะของคำร้องขอวีซ่าในระบบ เพื่อลดความกังวลและแจ้งให้ท่านทราบทันทีหากมีการขอเอกสารเพิ่มเติม
อัตราค่าบริการเริ่มต้นเพียง 3,500 บาท (ราคาอาจแตกต่างกันตามความซับซ้อนของเคสหรือจำนวนเอกสาร) ท่านสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ nycvisa.org หรือโทรสอบถามโดยตรงที่เบอร์โทรศัพท์ที่ปรากฏบนหน้าเว็บไซต์

เคล็ดลับเตรียมตัวและข้อควรระวัง
- เก็บเอกสารให้เป็นระเบียบ
แยกเอกสารออกเป็นหมวดหมู่ เช่น เอกสารประจำตัว เอกสารทางครอบครัว เอกสารการเงิน เพื่อไม่ให้สับสนเวลายื่น - พิมพ์แบบฟอร์มที่กรอกข้อมูลครบถ้วนแล้ว
แม้ว่าจะมีการส่งข้อมูลออนไลน์ แต่การนำแบบฟอร์มฉบับพิมพ์ติดตัวไปยื่นต่อเจ้าหน้าที่ จะช่วยตรวจสอบความถูกต้องในกรณีที่ระบบออนไลน์เกิดข้อผิดพลาดได้ - สำรองเอกสารทุกฉบับ
ถ่ายสำเนาเอกสารฉบับสำคัญไว้สัก 2-3 ชุด เผื่อมีการสูญหายหรือเจ้าหน้าที่ต้องการเพิ่มเติม - ตรวจสอบชื่อ-สกุลสะกดให้ตรงกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอกสารที่เป็นภาษาอังกฤษ/โปรตุเกส ต้องมั่นใจว่าการสะกดชื่อ-สกุล วันเดือนปีเกิด รวมถึงข้อมูลหนังสือเดินทาง ตรงกับต้นฉบับ - ปฏิบัติตามกำหนดเวลาการนัดหมาย
หากพลาดการนัดหมาย อาจต้องรอคิวใหม่ที่ยาวนานหรือส่งเอกสารซ้ำ ทำให้เสียเวลาเพิ่มขึ้น - การแปลเอกสาร
ควรใช้บริการนักแปลที่มีใบอนุญาต หรือสำนักงานแปลที่ได้รับการยอมรับจากสถานทูต เพื่อความน่าเชื่อถือและเป็นไปตามมาตรฐาน - เตรียมตัวสอบถามคำถามทั่วไปในการสัมภาษณ์
ฝึกตอบคำถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับคนในบราซิล วัตถุประสงค์การเดินทาง แผนการพำนัก เป็นต้น เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ประหม่าและตอบคำถามได้ตรงประเด็น - อย่าให้ข้อมูลเท็จ
หากมีการตรวจพบว่าผู้สมัครให้ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือปลอมแปลงเอกสาร อาจทำให้ถูกปฏิเสธวีซ่าถาวร หรือถูกเพิกถอนสถานะวีซ่าได้ในภายหลัง
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการขอวีซ่าบราซิลประเภทครอบครัว
- ถาม: หากยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่มีความสัมพันธ์ฉันท์คู่สมรส (Common-Law) สามารถขอวีซ่าครอบครัวได้หรือไม่?
ตอบ: กรณีคู่สมรสที่อยู่กินด้วยกันแต่ไม่ได้จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย อาจต้องใช้ “ใบรับรองความเป็นคู่สมรสโดยพฤตินัย” (Union Stable) หรือเอกสารทางกฎหมายที่บราซิลยอมรับ โดยต้องปรึกษาทนายความหรือติดต่อสถานทูตเพื่อสอบถามว่ามีหลักเกณฑ์เฉพาะใดบ้างที่ใช้รับรองได้
- ถาม: วีซ่าประเภทครอบครัวสามารถทำงานในบราซิลได้ทันทีหรือไม่?
ตอบ: โดยทั่วไป วีซ่าครอบครัวในหลายกรณีอนุญาตให้ผู้ถือวีซ่าทำงานในบราซิลได้ แต่ต้องตรวจสอบเงื่อนไขในหนังสือเดินทางหรือใบอนุญาตพำนัก (RNE) ที่ออกให้ชัดเจน บางกรณีอาจต้องขออนุญาตทำงาน (Work Permit) เพิ่มเติม
- ถาม: หากคู่สมรสหย่าหรือเสียชีวิต จะยังมีสิทธิ์พำนักในบราซิลต่อหรือไม่?
ตอบ: กรณีหย่าร้างหรือคู่สมรสเสียชีวิต อาจมีผลต่อสถานะวีซ่าของผู้พำนัก โดยทั่วไปหากเป็นผู้พำนักในบราซิลมาระยะหนึ่งและเข้าเงื่อนไขสำหรับการขอพำนักถาวรแล้ว อาจสามารถยื่นต่อสถานะได้ แต่ต้องติดต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของบราซิล (Polícia Federal) เพื่อสอบถาม
- ถาม: สามารถขอวีซ่าครอบครัวได้จากประเทศอื่น ๆ ที่พำนักอยู่หรือไม่ (ไม่ใช่ประเทศสัญชาติ)?
ตอบ: ส่วนใหญ่ทางการบราซิลให้ผู้ถือหนังสือเดินทางและมีถิ่นพำนักถูกต้องตามกฎหมายในประเทศดังกล่าว สามารถยื่นคำร้องขอวีซ่าได้ที่สถานทูตหรือสถานกงสุลบราซิลในประเทศนั้น ๆ แต่ควรตรวจสอบกฎเกณฑ์เพิ่มเติม
- ถาม: ถ้าต้องการต่ออายุวีซ่าครอบครัวในบราซิล จำเป็นต้องเดินทางกลับไทยหรือไม่?
ตอบ: ในหลายกรณีสามารถทำเรื่องขยายหรือเปลี่ยนแปลงสถานะวีซ่าได้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในบราซิล (Polícia Federal) ไม่จำเป็นต้องเดินทางกลับประเทศต้นทาง แต่ต้องตรวจสอบระเบียบที่เป็นปัจจุบัน
- ถาม: ควรทำประกันสุขภาพหรือไม่?
ตอบ: แม้ว่าบราซิลจะมีระบบสาธารณสุขรัฐบาล (SUS) สำหรับพลเมืองบราซิล แต่สำหรับชาวต่างชาติ ควรมีประกันสุขภาพและประกันการเดินทาง เนื่องจากการเข้ารับบริการทางการแพทย์บางส่วนอาจต้องรอคิวนาน และค่ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชนค่อนข้างสูง
- ถาม: วีซ่าครอบครัวสามารถเปลี่ยนเป็นถิ่นพำนักถาวรได้อย่างไร?
ตอบ: ส่วนใหญ่ผู้ถือวีซ่าครอบครัวสามารถสมัครเป็นผู้พำนักถาวร (Permanent Residence) ได้ตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น อาจต้องอยู่อาศัยในบราซิลต่อเนื่อง 2 ปี หรือ 3 ปี (ขึ้นอยู่กับกฎหมายเฉพาะช่วงเวลา) และต้องไม่มีปัญหาทางกฎหมายอาญา รวมถึงมีบันทึกเข้าออกประเทศตามปกติ
- ถาม: ต้องไปสัมภาษณ์ที่สถานทูตทุกคนหรือไม่?
ตอบ: ไม่ทุกเคสที่จะถูกเรียกสัมภาษณ์ หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนและเห็นว่าความสัมพันธ์มีความชัดเจน อาจอนุมัติโดยไม่ต้องสัมภาษณ์ แต่ควรเตรียมพร้อมเผื่อกรณีได้รับการเรียกสัมภาษณ์
- ถาม: การขอรับรองเอกสาร (Apostille) คืออะไร?
ตอบ: เป็นกระบวนการยืนยันความถูกต้องของเอกสารทางกฎหมายตามอนุสัญญา Hague Apostille Convention ซึ่งบราซิลเป็นภาคี ประเทศไทยเองก็มีสำนักงานรับรองเอกสารภายใต้กระทรวงการต่างประเทศ หากเอกสารออกในไทยและต้องใช้ที่บราซิล ควรนำไปประทับตรา Apostille เพื่อให้ทางการบราซิลยอมรับ
- ถาม: สามารถพาบุตรที่เกิดจากความสัมพันธ์ก่อนหน้าไปอยู่ด้วยได้หรือไม่?
ตอบ: หากบุตรเป็นผู้เยาว์และท่านมีอำนาจปกครองตามกฎหมาย (ตามคำสั่งศาลหรือข้อตกลงผู้ปกครอง) สามารถยื่นขอวีซ่าในฐานะผู้ติดตาม (Dependent) ได้ แต่ต้องแสดงหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบสูติบัตร คำสั่งศาล เป็นต้น

สรุป
การขอวีซ่าบราซิล ประเภทครอบครัว (Family Visa) ในปี 2025 นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการไปใช้ชีวิตและรวมตัวกับครอบครัวในดินแดนแห่งสีสันอย่างบราซิล ขั้นตอนหลัก ๆ คือ ตรวจสอบคุณสมบัติ เตรียมเอกสาร กรอกแบบฟอร์มออนไลน์ จัดเตรียมค่าธรรมเนียม ยื่นเอกสารตามนัดหมาย และติดตามสถานะการพิจารณาอย่างใกล้ชิด ซึ่งในปี 2025 นี้ ระบบออนไลน์มีการพัฒนา ทำให้ผู้สมัครได้รับความสะดวกมากขึ้น และกระบวนการพิจารณาเร็วขึ้นกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม ความเข้มงวดด้านเอกสารและความสัมพันธ์ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ดังนั้นการเตรียมเอกสารอย่างครบถ้วนและถูกต้องจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก
หากท่านพบว่าขั้นตอนดังกล่าวซับซ้อนหรือต้องการคำแนะนำอย่างมืออาชีพ บริการจาก nycvisa.org พร้อมช่วยเหลือ ตั้งแต่การตรวจสอบคุณสมบัติ เอกสาร จัดทำคำแปล ติดตามสถานะ รวมถึงให้คำปรึกษาระหว่างกระบวนการ เพื่อให้ท่านมั่นใจว่าการขอวีซ่าของท่านจะเป็นไปอย่างราบรื่น ไร้ปัญหาติดขัด ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นเพียง 3,500 บาท ซึ่งคุ้มค่ากับการลดภาระเวลาและความเสี่ยงที่จะถูกปฏิเสธวีซ่า
หวังว่าบทความอัปเดตการขอวีซ่าบราซิล ประเภทครอบครัว (Family Visa) ฉบับปี 2025 นี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านทุกท่าน ไม่ว่าจะเตรียมตัวย้ายถิ่นฐาน ถาวร ชั่วคราว หรือเพียงแค่ต้องการไปเยี่ยมครอบครัว หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามทีมงานของเราได้ตลอดเวลา เพื่อให้ทุกท่านก้าวสู่ดินแดนบราซิลอย่างมั่นใจและสบายใจที่สุด
ข้อมูล ณ วันที่ 15 มกราคม 2568
บริการทุกจังหวัดในประเทศไทยและทุกประเทศทั่วโลก
บริษัท NYC VISA & TRANSLATION มีสาขาทั่วประเทศไทย ทำให้คุณสามารถเข้าถึงบริการขอวีซ่าประเทศต่าง ๆ ใกล้บ้านของคุณอย่างสะดวก ทั้งนี้เรายังสามารถยื่นขอวีซ่าทุกประเภท ยื่นได้ทุกประเทศจากทั่วทุกมุมโลก
หากคุณกำลังมองหาบริการรับยื่นวีซ่า รับทำวีซ่า ที่ครบวงจรและมีทีมงานมืออาชีพที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของประเทศ
ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเราที่ www.nycvisa.org
เรามีสาขาให้บริการกว่า 26 สาขาทั่วประเทศ เรายินดีให้ความช่วยเหลือคุณในขั้นตอนการขอวีซ่าของคุณและให้คำปรึกษาในทุกข้อสงสัยของคุณเกี่ยวกับวีซ่าทุกประเทศทั่วโลก
ติดต่อเรา
- NYC VISA & TRANSLATION
- ที่อยู่ : เลขที่ 32 ซอยอ่อนนุช 52 แขวงอ่อนนุช เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร 10250
- Facebook : NYC Visa and Translation NAATI Notary Public Service
- LINE OFFICIAL ID : @NYCV
- โทรศัพท์ : 083-2494999
- E-mail : contact@nycvisa.org
NYC Visa & Translation พร้อมให้บริการคุณในการดำเนินการขอวีซ่าทุกประเภทวีซ่า และทุกประเทศทั่วโลก พร้อมด้วยบริการแปลเอกสารทุกประเภท เรามุ่งมั่นที่จะให้บริการที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้ เพื่อให้คุณสามารถเดินทางไปยังจุดหมายได้อย่างราบรื่นและมั่นใจ เรายินดีให้บริการในกรุงเทพมหานคร และจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศไทย ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาและข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการของเราได้ทุกเมื่อ ทีมงานของเราพร้อมให้ความช่วยเหลือคุณในทุกขั้นตอนของการดำเนินการขอวีซ่าและการแปลเอกสาร
เขียนโดย






























ใส่ความเห็น