Table of Contents
- ทำไมคนไทยถึงนิยมไปแคนาดา
- ประเภทวีซ่าแคนาดาสำหรับคนไทย
- เอกสารพื้นฐานที่ต้องใช้ (อัปเดตปี 2025)
- ขั้นตอนการยื่นขอวีซ่าแคนาดา (ออนไลน์หรือผ่านศูนย์ VFS)
- ระยะเวลาในการพิจารณา
- ค่าธรรมเนียมวีซ่าแคนาดา อัปเดต 2025
- เคล็ดลับในการขอวีซ่าให้ผ่านง่าย
- บริการขอวีซ่าแคนาดาของเรา ราคาเริ่มต้นเพียง 3,500 บาท
- FAQ (คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวีซ่าแคนาดา)
- สรุป
แคนาดา (Canada) ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่คนไทยที่ต้องการเดินทางไปต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว พักผ่อนระยะสั้น เรียนต่อต่างประเทศ ทำงาน หรือแม้แต่ย้ายถิ่นฐานถาวร (Immigration) เหตุผลสำคัญที่ทำให้หลายคนตัดสินใจเลือกแคนาดา นอกจากความงดงามของธรรมชาติอย่างมหัศจรรย์ของเทือกเขาร็อกกี้ (Rocky Mountains) ทะเลสาบสีน้ำเงินเข้ม น้ำตกไนแอการา (Niagara Falls) หรือแสงเหนือ (Northern Lights) แล้ว ยังรวมไปถึงคุณภาพชีวิตที่สูง มาตรฐานการศึกษาที่ดี และนโยบายต้อนรับผู้อพยพจากทั่วโลกอย่างเปิดกว้าง
ในปี 2025 นี้ ทางรัฐบาลแคนาดาและหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง (Immigration, Refugees and Citizenship Canada – IRCC) ได้มีการอัปเดตระบบการออกวีซ่า การยื่นเอกสาร ตลอดจนกฎระเบียบต่าง ๆ ให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับสถานการณ์โลกมากยิ่งขึ้น สิ่งนี้ส่งผลต่อผู้ที่ต้องการยื่นคำร้องขอวีซ่าจากประเทศไทยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการยื่นแบบออนไลน์ผ่านพอร์ทัล (e-Application) การต้องเก็บข้อมูลชีวมิติ (Biometrics) ขั้นตอนการตรวจสุขภาพ หรือกฎระเบียบเกี่ยวกับคุณสมบัติและประเภทของวีซ่าต่าง ๆ ที่มีความหลากหลาย

เราจะบอกอย่างละเอียดและครอบคลุมทุกประเด็น ตั้งแต่เหตุผลที่คนไทยนิยมไปแคนาดา ประเภทของวีซ่าที่คนไทยสามารถขอได้ รายการเอกสารสำคัญที่ต้องเตรียม ขั้นตอนการยื่นคำร้อง (ทั้งผ่านออนไลน์และศูนย์ยื่น VFS Global) ระยะเวลาในการพิจารณา ค่าธรรมเนียม เคล็ดลับการเตรียมตัวไม่ให้โดนปฏิเสธ รวมไปถึงบริการของเรา nycvisa.org ที่พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลในราคาเริ่มต้นเพียง 3,500 บาท
หากคุณกำลังวางแผนเดินทางท่องเที่ยวเยี่ยมครอบครัว ศึกษาต่อ หรือแม้แต่ต้องการไปตั้งรกรากถาวรในแคนาดา การศึกษาข้อมูลจากบทความยาวพิเศษนี้จะช่วยให้คุณประหยัดเวลา ลดความเสี่ยงในการยื่นเอกสารผิด หรือโดนปฏิเสธโดยไม่จำเป็น หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะตอบทุกข้อสงสัยและทำให้การขอวีซ่าของคุณเป็นไปได้อย่างราบรื่นที่สุด

ทำไมคนไทยถึงนิยมไปแคนาดา
แคนาดาถือเป็น “Land of Opportunity” หรือดินแดนแห่งโอกาสสำหรับคนไทยหลายกลุ่มอย่างแท้จริง ต่อไปนี้คือเหตุผลหลัก ๆ ที่คนไทยนิยมเลือกแคนาดาเป็นจุดหมาย
- คุณภาพชีวิตสูง
แคนาดาติดอันดับต้น ๆ ของโลกด้านความเป็นอยู่ สวัสดิการขั้นพื้นฐานสำหรับผู้อยู่อาศัย เช่น การศึกษาคุณภาพสูงในราคาที่สมเหตุสมผล การบริการสุขภาพแบบถ้วนหน้า (Universal Healthcare) และสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่สะอาดและปลอดภัย - วัฒนธรรมหลากหลาย
แคนาดาเป็นหนึ่งในประเทศที่มีนโยบายผสมผสานความหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรมอย่างเปิดกว้าง (Multiculturalism) ผู้ที่อพยพมาใหม่มักปรับตัวได้ไม่ยาก และรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคมได้เร็ว เพราะประชากรส่วนหนึ่งเองก็เป็นผู้อพยพจากทั่วโลกเช่นกัน - ระบบการศึกษามีมาตรฐาน
มหาวิทยาลัยและวิทยาลัยในแคนาดามีชื่อเสียงระดับโลก ทั้งยังเปิดรับนักศึกษานานาชาติด้วยโปรแกรมและทุนต่าง ๆ บางสถาบันมีหลักสูตร Co-op ให้ได้ทำงานจริงระหว่างเรียน ผู้ที่จบจากสถาบันที่ได้รับการรับรองยังสามารถขอ Post-Graduation Work Permit เพื่อทำงานในแคนาดาต่อได้ - โอกาสในการทำงานและรายได้ดี
แม้ตลาดแรงงานจะมีความเข้มงวด แต่ในบางสาขา เช่น ไอที วิศวกรรม การแพทย์ เกษตรแปรรูป Hospitality ยังขาดแคลนแรงงานที่มีคุณภาพอยู่เสมอ ผู้ที่มีทักษะหรือประสบการณ์ตามสายอาชีพที่ต้องการสามารถยื่นขอ Work Permit หรือสมัครตามโปรแกรมการย้ายถิ่นฐาน (Express Entry, Provincial Nominee Program – PNP) เพื่อเข้ามาทำงานแบบระยะยาวได้ - โครงสร้างสาธารณูปโภคและเทคโนโลยี
แคนาดามีเมืองใหญ่ที่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ระบบขนส่งมวลชนมีประสิทธิภาพ เช่น โทรอนโต (Toronto), แวนคูเวอร์ (Vancouver), มอนทรีออล (Montreal), คัลการี (Calgary) และอีกหลายเมืองที่สะอาด ปลอดภัย น่าอยู่ - ความปลอดภัยและเสรีภาพ
แคนาดาเป็นประเทศที่มีความสงบทางการเมืองและเคารพสิทธิเสรีภาพของบุคคล อีกทั้งยังเป็นประเทศที่อัตราการเกิดอาชญากรรมต่ำเมื่อเทียบกับประเทศใหญ่อื่น ๆ
ประเภทวีซ่าแคนาดาสำหรับคนไทย
การขอวีซ่าแคนาดาไม่ใช่เรื่องยากเกินไป แต่ควรเข้าใจความแตกต่างของวีซ่าแต่ละประเภท เพื่อยื่นเอกสารให้ตรงกับวัตถุประสงค์ของตัวเองให้มากที่สุด โดยสามารถจำแนกหลัก ๆ ได้ดังนี้

Visitor Visa (Temporary Resident Visa – TRV)
- วีซ่าท่องเที่ยวและเยี่ยมเยียนระยะสั้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าแคนาดาเพื่อวัตถุประสงค์ใด ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงานแบบมีรายได้ (Work) และเรียนหลักสูตรที่ใช้เวลากว่า 6 เดือนขึ้นไป
- ผู้ถือ Visitor Visa โดยปกติจะสามารถพำนักในแคนาดาได้สูงสุด 6 เดือนต่อการเข้า 1 ครั้ง (หรืออาจสั้นกว่านั้นหากเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองอนุญาตน้อยกว่า)
- หากเป็นกรณีเยี่ยมธุรกิจ (Business Visitor) ที่ไม่มีการรับค่าจ้างในแคนาดา ก็สามารถใช้ Visitor Visa ได้เช่นกัน แต่ต้องมีจดหมายเชิญจากบริษัทหรือหน่วยงานในแคนาดา
Study Permit
- สำหรับผู้ที่ต้องการเรียนต่อในหลักสูตรเกิน 6 เดือนขึ้นไป เช่น วิทยาลัย มหาวิทยาลัย สถาบันภาษา หรือหลักสูตรวิชาชีพ (Vocational)
- ผู้สมัครต้องมีจดหมายตอบรับ (Letter of Acceptance) จากสถานศึกษาที่ได้รับการรับรอง (Designated Learning Institution – DLI) และต้องแสดงหลักฐานการเงิน ประกันสุขภาพ รวมถึงแผนการเรียน (Study Plan) ชัดเจน
- บางกรณีอาจได้รับอนุญาตทำงานพาร์ทไทม์แบบ On-campus หรือ Off-campus และทำงานเต็มเวลาในช่วงหยุดยาว หากสถาบันและโปรแกรมที่เรียนอนุญาต
Work Permit

- สำหรับผู้ที่ต้องการทำงานในแคนาดาแบบชั่วคราวหรือพนักงานสัญญาจ้าง
- แบ่งย่อยหลายประเภท เช่น Employer-specific Work Permit (ระบุนายจ้างในใบอนุญาต), Open Work Permit (ไม่จำกัดนายจ้าง แต่มีเงื่อนไขเฉพาะ) และต้องมีเอกสารรับรองว่าได้รับข้อเสนอการจ้างงาน (Job Offer) ซึ่งผ่านการประเมินผลกระทบต่อแรงงานในประเทศ (LMIA) หรืออยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่ต้องใช้ LMIA
Permanent Residence (PR)
- สถานะการพำนักถาวรสำหรับผู้ที่ต้องการอาศัยและทำงานในแคนาดาแบบไม่มีข้อจำกัด สามารถย้ายถิ่นฐานได้อย่างเต็มตัว และจะได้รับสวัสดิการเกือบเทียบเท่าประชากรแคนาดา ยกเว้นสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง
- มีโปรแกรมหลากหลาย เช่น Express Entry (Federal Skilled Worker, Federal Skilled Trades, Canadian Experience Class), Provincial Nominee Program (PNP), Start-up Visa, Investor Program หรือ Family Sponsorship
Super Visa
- สำหรับพ่อแม่หรือปู่ย่าตายายของพลเมืองแคนาดาหรือผู้ถือ PR ที่ต้องการพำนักอยู่กับลูกหลานได้นานถึงครั้งละ 5 ปี โดยไม่ต้องต่อวีซ่าบ่อย ๆ
- ผู้สนับสนุนต้องมีรายได้ตามเกณฑ์ (Minimum Necessary Income) และทำประกันสุขภาพครอบคลุม

เอกสารพื้นฐานที่ต้องใช้ (อัปเดตปี 2025)
แม้ว่าการขอวีซ่าแคนาดาจะเปิดให้ยื่นแบบออนไลน์เป็นหลัก แต่ “เอกสาร” ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการอนุมัติหรือปฏิเสธ ขอย้ำรายการสำคัญที่ผู้ยื่นควรเตรียม ดังนี้
- แบบฟอร์มคำร้อง (Application Form)
ผู้สมัครต้องกรอกแบบฟอร์มที่ถูกต้องตามประเภทวีซ่าที่ตนสมัคร เช่น IMM5257 (Visitor Visa), IMM1294 (Study Permit), IMM1295 (Work Permit) ฯลฯ ซึ่งจะมีให้ดาวน์โหลด หรือกรอกออนไลน์ในระบบ IRCC Portal - พาสปอร์ต (Passport)
ต้องมีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน นับจากวันที่คาดว่าจะออกจากแคนาดา หรือวันที่สิ้นสุดการพำนัก และควรมีหน้าว่างเพียงพอสำหรับการปั๊มสติ๊กเกอร์วีซ่า - รูปถ่าย
ขนาด 35 x 45 มม. ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน พื้นหลังเป็นสีอ่อน (มักระบุว่าพื้นหลังขาวหรือเทาอ่อน) ใบหน้าตรง ไม่สวมหมวกหรือแว่นตาดำ - หลักฐานทางการเงิน (Proof of Funds)
ผู้สมัครต้องแสดงว่า “มีกำลังทรัพย์เพียงพอ” ที่จะใช้ระหว่างพำนักในแคนาดาโดยไม่เป็นภาระแก่รัฐบาล เช่น Bank Statement ย้อนหลัง 3-6 เดือน สลิปเงินเดือน กรณีมีสปอนเซอร์ ต้องแนบจดหมายสปอนเซอร์และเอกสารทางการเงินของผู้สนับสนุนด้วย - จดหมายชี้แจงวัตถุประสงค์ (Letter of Explanation / Statement of Purpose)
มีความสำคัญมากในการทำให้เจ้าหน้าที่เข้าใจเหตุผลของการเดินทาง เช่น หากเป็นท่องเที่ยว ควรระบุแผนที่แน่นอน เมืองที่จะไป ช่วงวันที่ หากเป็นเรียนต่อ ควรบรรยายแผนการเรียนและเหตุผลที่เลือกแคนาดา หากเป็น Work Permit ให้ระบุว่ารับตำแหน่งอะไร ทำงานในบริษัทใด ฯลฯ - ประกันสุขภาพ/ประกันการเดินทาง
ในบางประเภทวีซ่า เช่น Super Visa, Visitor Visa ระยะยาว อาจต้องการประกันสุขภาพขั้นต่ำ 100,000 CAD หรือมากกว่านั้น และครอบคลุมตลอดเวลาพำนัก - หลักฐานผูกพันในประเทศต้นทาง
เช่น หนังสือรับรองการทำงาน (ระบุตำแหน่ง ระยะเวลาทำงาน วันลาหยุด), ทะเบียนบ้าน, ทะเบียนสมรส, โฉนดที่ดิน หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อยืนยันว่าคุณมีเหตุผลที่จะต้องกลับประเทศต้นทางในกรณีเป็นวีซ่าชั่วคราว - ค่าธรรมเนียมและ Biometrics
ผู้สมัครส่วนใหญ่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเก็บข้อมูลชีวมิติ (Biometrics Fee) และเมื่อได้รับแจ้งแล้ว จึงไปสแกนลายนิ้วมือและถ่ายรูปที่ศูนย์ VFS หรือศูนย์ IRCC ตามประเทศที่ตนพำนัก - ใบรับรองความประพฤติ (Police Certificate)
อาจไม่จำเป็นสำหรับ Visitor Visa ระยะสั้น แต่หากเป็น Study Permit, Work Permit ระยะยาว หรือ Permanent Residence ทาง IRCC อาจขอใบนี้เพื่อยืนยันว่าไม่มีประวัติอาชญากรรมร้ายแรง

ขั้นตอนการยื่นขอวีซ่าแคนาดา (ออนไลน์หรือผ่านศูนย์ VFS)
ในปี 2025 ระบบออนไลน์ (e-Application) ของ IRCC ได้รับการปรับปรุงให้มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ไม่สะดวกใช้งานออนไลน์หรืออยากมีตัวช่วยก็สามารถยื่นผ่านศูนย์ VFS Global ที่ประเทศไทยได้ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
- สร้างบัญชี IRCC Portal หรือ GCKey
สำหรับผู้ที่ต้องการยื่นออนไลน์ ให้เข้าไปสร้างบัญชีในเว็บไซต์ทางการของ IRCC (Canada.ca) เลือก Sign-In Partner หรือ GCKey (Government of Canada Key) จากนั้นกรอกข้อมูลส่วนตัวและตอบแบบสอบถามคัดกรองประเภทวีซ่า - กรอกแบบฟอร์มออนไลน์
เมื่อระบบระบุประเภทวีซ่าที่เหมาะสมแล้ว ผู้สมัครต้องอัปโหลดแบบฟอร์ม IMM ที่กรอกเรียบร้อยในรูปแบบ PDF หรือกรอกผ่านระบบโดยตรง ตามด้วยการอัปโหลดเอกสารอื่น ๆ ที่ระบบขอ เช่น พาสปอร์ต, รูปถ่าย, Bank Statement ฯลฯ - ชำระค่าธรรมเนียม
ผู้สมัครสามารถจ่ายผ่านบัตรเครดิตหรือเดบิต ระหว่างกระบวนการยื่น เมื่อตรวจสอบเรียบร้อยระบบจะออกใบเสร็จ (Receipt) มาให้เก็บไว้ - Biometrics
ส่วนใหญ่ผู้สมัครอายุ 14-79 ปี ต้องให้ข้อมูลชีวมิติ (ลายนิ้วมือและภาพถ่าย) โดยหลังชำระค่าธรรมเนียมแล้ว จะได้รับจดหมาย (Biometrics Instruction Letter) เพื่อนัดหมายวันที่จะไปสแกนลายนิ้วมือที่ศูนย์ VFS หรือศูนย์ IRCC ที่ใกล้ที่สุด - รอผลการพิจารณา
IRCC จะประมวลผลคำร้องวีซ่าของคุณ โดยระยะเวลาขึ้นกับประเภทวีซ่าและจำนวนผู้สมัครในช่วงนั้น หากเอกสารไม่ครบหรือมีข้อสงสัย อาจมีจดหมายขอเอกสารเพิ่มเติม (Additional Document Request) ทางอีเมล - หากยื่นผ่าน VFS Global
ขั้นตอนจะคล้ายกัน แต่ผู้สมัครต้องนำเอกสารตัวจริง + สำเนา และแบบฟอร์ม IMM ที่กรอกเสร็จแล้วไปยื่นต่อเจ้าหน้าที่ พร้อมถ่ายรูปและสแกนลายนิ้วมือในที่เดียวกัน

ระยะเวลาในการพิจารณา
แม้ในเว็บไซต์ IRCC จะมีหน้าเว็บ “Check Processing Times” ให้ตรวจสอบตัวเลขโดยเฉลี่ย แต่เวลาจริงอาจเร็วหรือช้าต่างกันได้ โดยสรุปเท่าที่เห็นในปี 2025
- Visitor Visa
ปกติ 2-8 สัปดาห์ แต่บางช่วงอาจลากยาวถึง 12 สัปดาห์ ขึ้นกับปริมาณเคส - Study Permit
4-12 สัปดาห์ บางเคสรวดเร็วเพียง 2-3 สัปดาห์ หากสมัครผ่าน Student Direct Stream (SDS) และมีเอกสารครบ - Work Permit
4-16 สัปดาห์ หรือมากกว่านั้น หากเป็นเคสที่ต้องผ่าน LMIA และมีการตรวจสอบอย่างละเอียด - Permanent Residence (PR)
หลายเดือนถึง 1-2 ปี ขึ้นกับโปรแกรม เช่น Express Entry อาจเร็ว 6-8 เดือน หากคะแนนสูงและเอกสารครบ แต่ Provincial Nominee Program อาจใช้เวลานานกว่านั้น
ค่าธรรมเนียมวีซ่าแคนาดา อัปเดต 2025
(อัตราเป็น CAD – ดอลลาร์แคนาดา 1 CAD ≈ 25-28 บาท อาจมีผันผวน)
- Visitor Visa
– ค่าธรรมเนียมวีซ่า ~100 CAD
– Biometrics ~85 CAD
– รวม ~185 CAD (ประมาณ 4,600 – 5,000+ บาท) - Study Permit
– ค่าธรรมเนียม Study Permit 150 CAD
– Biometrics 85 CAD
– รวม ~235 CAD (ประมาณ 5,900 – 6,600+ บาท) - Work Permit
– ค่าธรรมเนียม Work Permit 155 CAD
– Biometrics 85 CAD
– รวม ~240 CAD (ประมาณ 6,000 – 6,700+ บาท) - Permanent Residence (PR)
– ขึ้นกับโปรแกรม (Express Entry, PNP ฯลฯ) อาจอยู่ในช่วง 1,000-2,000 CAD ต่อผู้สมัคร
– รวมค่าดำเนินการ (Processing Fee), Right of Permanent Residence Fee (RPRF), Biometrics, ค่าตรวจสุขภาพ, ค่าใบรับรองตำรวจ ฯลฯ - Service Charge ของ VFS
ประมาณ 40-60 CAD หรือคิดเป็นเงินบาทตามเรตกลาง

เคล็ดลับในการขอวีซ่าให้ผ่านง่าย
การขอวีซ่าแคนาดามีความเข้มงวดพอสมควร แต่สามารถเพิ่มโอกาสอนุมัติได้ ถ้าคุณมีการเตรียมตัวที่เหมาะสม
- เน้นความผูกพันในประเทศไทย
IRCC ต้องการเห็นว่าหากเป็นวีซ่าชั่วคราว คุณจะเดินทางกลับตามกำหนด ไม่มีความเสี่ยงจะอยู่เกินเวลา ดังนั้น ควรแสดงหลักฐานว่ามีครอบครัว งาน ทรัพย์สิน หรือภาระผูกพันอื่น ๆ ที่บังคับให้คุณต้องกลับ - เตรียม Bank Statement ให้ดูเป็นธรรมชาติ
บัญชีธนาคารควรมีเงินหมุนเวียนสม่ำเสมอ ไม่ใช่มีการโอนเงินก้อนใหญ่มาเพียง 1-2 วันก่อนยื่น เคสแบบนี้มักถูกสงสัยว่าผู้สมัครไม่ได้มีฐานะจริง - มีแผนการเดินทางชัดเจน
ยิ่งระบุวันเวลา เมืองที่จะไป กิจกรรมที่จะทำ ในกรณีท่องเที่ยวหรือเยี่ยมญาติ จะช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าใจการเดินทางของคุณชัดขึ้น - ใช้บริการสำนักงานแปลที่ได้รับการรับรอง
หากต้องแปลเอกสารเป็นภาษาอังกฤษ/ฝรั่งเศส ควรใช้ผู้แปลที่มีใบอนุญาตหรือบริษัทแปลที่เชื่อถือได้ เพื่อป้องกันปัญหาเอกสารแปลผิด - เขียน SOP หรือ Letter of Explanation อย่างละเอียด
การอธิบายเหตุผลในการเดินทาง การวางแผน และการกลับประเทศ สำคัญมากในเคส Study Permit และ Work Permit ควรมีเหตุผลชัดเจนว่า “ทำไมเลือกแคนาดา” “ทำไมเลือกหลักสูตรนี้” “มีแผนจะใช้ความรู้นี้กลับไปพัฒนาตัวเองในไทยอย่างไร” - ตรวจสุขภาพเร็วพอ
หากคิดว่าเคสของคุณอาจต้องตรวจสุขภาพ เช่น เรียนเกิน 6 เดือน หรือทำงานในสายอาชีพเสี่ยง ควร “ตรวจสุขภาพล่วงหน้า (Upfront Medical)” กับ Panel Physician ที่ได้รับการอนุมัติจาก IRCC แล้วอัปโหลดใบตรวจสุขภาพได้เลย จะช่วยลดเวลารอ - ระวังข้อมูลเท็จ/ปกปิดประวัติ
IRCC มีการเชื่อมโยงข้อมูลกับประเทศพันธมิตร เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ บางครั้งหากคุณเคยถูกปฏิเสธวีซ่าจากประเทศอื่น ควรเปิดเผยตามจริง อย่าปกปิด เพราะหากตรวจพบข้อมูลขัดแย้งกัน อาจโดนแบนหลายปี

บริการขอวีซ่าแคนาดาของเรา ราคาเริ่มต้นเพียง 3,500 บาท
ถ้าหากคุณรู้สึกว่า “ขั้นตอนมันเยอะไป ไม่มีเวลา หรือไม่มั่นใจเอกสารของตัวเอง” คุณสามารถใช้บริการมืออาชีพจาก nycvisa.org ซึ่งเปิดให้บริการด้วยราคาเริ่มต้น 3,500 บาท และมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลเคสของคุณ ตั้งแต่ต้นจนจบ ประกอบด้วย
- การประเมินเคสเบื้องต้น
เราจะซักถามข้อมูลส่วนตัว วัตถุประสงค์การเดินทาง และแผนการใช้ชีวิตของคุณ พร้อมแนะนำประเภทวีซ่าที่เหมาะสมที่สุดให้ - ตรวจสอบเอกสาร (Document Checking)
เราจะตรวจเช็กว่าคุณมีเอกสารครบถ้วนหรือไม่ ต้องแปลหรือรับรองเอกสารใดบ้าง รวมถึงการแนะนำวิธีปรับบัญชีธนาคารให้สอดคล้องกับเกณฑ์ IRCC - กรอกแบบฟอร์มและดำเนินการออนไลน์
ทีมงานมีความคุ้นเคยกับแบบฟอร์ม IMM และพอร์ทัล IRCC เป็นอย่างดี จะกรอกข้อมูลที่ซับซ้อนให้ถูกต้องและลดความผิดพลาด - บริการนัดหมาย Biometrics และติดต่อ VFS (ถ้ายื่นผ่านศูนย์)
ช่วยอำนวยความสะดวกในการจองคิว หรือคำปรึกษาเกี่ยวกับเอกสารพิเศษต่าง ๆ - ติดตามสถานะและตอบคำถามเจ้าหน้าที่ IRCC
เมื่อส่งใบสมัครแล้ว หากมีการขอเอกสารเพิ่มเติม หรือขอให้ชี้แจง เราจะช่วยประสานงานให้คุณ
ด้วยค่าบริการเพียง 3,500 บาท (ไม่รวมค่าธรรมเนียมวีซ่าและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ) การขอวีซ่าแคนาดาของคุณจะเป็นไปอย่างราบรื่นและมีความเสี่ยงต่ำในการถูกปฏิเสธ

FAQ (คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวีซ่าแคนาดา)
ถาม: ถ้าเคยถูกปฏิเสธวีซ่าอเมริกาหรือประเทศอื่นมาก่อน จะขอวีซ่าแคนาดาได้ไหม?
ตอบ: ทำได้ แต่ต้องแสดงความบริสุทธิ์ใจและเหตุผลที่ปฏิเสธในครั้งก่อนอย่างชัดเจน ไม่ควรปกปิด เพราะ IRCC อาจมีข้อมูลแชร์จากระบบของประเทศพันธมิตร หากพบว่าให้ข้อมูลเท็จหรือขัดแย้ง อาจถูกปฏิเสธอีกครั้ง
ถาม: ต้องจองตั๋วเครื่องบินและโรงแรมล่วงหน้าหรือไม่?
ตอบ: ทาง IRCC ไม่ได้บังคับให้ “ซื้อตั๋ว” ก่อนยื่นวีซ่า เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องถูกปฏิเสธแล้วสูญเงิน แต่การมีใบจองหรือ Itinerary ที่ระบุแผนท่องเที่ยวชัดเจนจะช่วยเสริมความน่าเชื่อถือ
ถาม: หลังจากได้วีซ่า Visitor แล้ว สามารถเปลี่ยนเป็น Work Permit หรือ Study Permit ภายในแคนาดาได้ไหม?
ตอบ: โดยทั่วไป “ไม่สามารถเปลี่ยนสถานะในประเทศ” ได้ง่าย ๆ ถ้าคุณต้องการเปลี่ยนจาก Visitor เป็น Study Permit หรือ Work Permit ควรกลับไทยแล้วสมัครใหม่ให้ตรงประเภท หรือทำตามขั้นตอนที่กฎหมายอนุญาต เช่น นักเรียนบางกลุ่มอาจขอในประเทศได้ แต่มีเงื่อนไขเฉพาะ
ถาม: ถ้าต้องการไปเรียนภาษาสั้น ๆ แค่ 4 เดือน จำเป็นต้องขอ Study Permit ไหม?
ตอบ: หลักสูตรที่ใช้เวลาไม่เกิน 6 เดือน สามารถใช้ Visitor Visa ได้ แต่หากเกิน 6 เดือนจะต้องขอ Study Permit แทน
ถาม: ต้องตรวจสุขภาพอย่างไรบ้าง ถ้าจะไปเรียนหรือทำงานในแคนาดา?
ตอบ: หากโปรแกรมที่คุณเรียนเกิน 6 เดือน หรือทำงานในสายอาชีพที่เกี่ยวข้องกับเด็ก คนชรา หรืออาหาร คุณอาจถูกขอให้ตรวจสุขภาพกับ Panel Physician ที่ได้รับการรับรองของ IRCC ในประเทศไทย เมื่อได้ผลแพทย์แล้วให้อัปโหลดตามคำร้อง
ถาม: ทำไมบางคนได้วีซ่า Visitor Multi-Entry หลายปี แต่บางคนได้แค่ Single-Entry?
ตอบ: เจ้าหน้าที่มีดุลยพินิจพิจารณาตามเอกสาร ความน่าเชื่อถือ ประวัติการเดินทาง และเหตุผลการเดินทาง ถ้าผู้สมัครมีประวัติเดินทางดี การเงินมั่นคง อาจได้รับ Multi-Entry นานถึง 5 หรือ 10 ปี (แล้วแต่วันหมดอายุของพาสปอร์ต) แต่บางคนอาจได้ Single-Entry เพราะมองว่ายังมีความเสี่ยงอยู่
ถาม: ถ้าจะยื่น PR (Express Entry) ควรทำอย่างไรให้ผ่านเร็ว ๆ?
ตอบ: ควรเตรียมคะแนนภาษาอังกฤษ (IELTS, CELPIP) ให้สูงที่สุด เก็บประสบการณ์ทำงานในสายวิชาชีพที่มีความต้องการ (NOC 0, A, B) ตรวจสอบวุฒิการศึกษาผ่าน ECA (Educational Credential Assessment) และยื่นโปรไฟล์เข้า Express Entry Pool หากคะแนน (CRS Score) สูง มักได้รับ “Invitation to Apply” เร็วขึ้น
ถาม: ถ้าวีซ่าถูกปฏิเสธ สามารถขอเงินค่าธรรมเนียมคืนได้ไหม?
ตอบ: โดยปกติ ค่าธรรมเนียมการดำเนินการ (Processing Fee) จะไม่คืน แต่ถ้าเป็นค่าธรรมเนียมบางรายการ เช่น ค่าทำ Work Permit สำหรับนายจ้างที่ถูกปฏิเสธ LMIA อาจขอคืนได้ในบางกรณี ควรตรวจสอบเงื่อนไข IRCC เฉพาะเคส
สรุป
เนื่องจากแคนาดามีระบบและโปรแกรมหลากหลายเพื่อรองรับผู้คนต่างชาติที่ต้องการมาเยือนหรือตั้งรกราก โครงสร้างหลักของการสมัครในปี 2025 ยังคงเน้นการยื่นผ่านระบบออนไลน์ (E-Application) และการเก็บข้อมูลชีวมิติ (Biometrics) ที่จำเป็น
เคล็ดลับสำคัญ คือ เลือกประเภทวีซ่าให้ตรงกับจุดประสงค์ในการเดินทาง จัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตาม Checklist ของ IRCC ทำ Statement of Purpose ให้ชัดเจน แสดงหลักฐานทางการเงินและความผูกพันในประเทศต้นทางอย่างเหมาะสม โอกาสที่คำร้องของคุณจะได้รับอนุมัติก็มีสูงมาก หากต้องการความช่วยเหลือแบบมืออาชีพ nycvisa.org พร้อมดูแลในราคาเริ่มต้นเพียง 3,500 บาท
บริการทุกจังหวัดในประเทศไทยและทุกประเทศทั่วโลก
บริษัท NYC VISA & TRANSLATION มีสาขาทั่วประเทศไทย ทำให้คุณสามารถเข้าถึงบริการขอวีซ่าประเทศต่าง ๆ ใกล้บ้านของคุณอย่างสะดวก ทั้งนี้เรายังสามารถยื่นขอวีซ่าทุกประเภท ยื่นได้ทุกประเทศจากทั่วทุกมุมโลก
หากคุณกำลังมองหาบริการรับยื่นวีซ่า รับทำวีซ่า ที่ครบวงจรและมีทีมงานมืออาชีพที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของประเทศ
ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเราที่ www.nycvisa.org
เรามีสาขาให้บริการกว่า 26 สาขาทั่วประเทศ เรายินดีให้ความช่วยเหลือคุณในขั้นตอนการขอวีซ่าของคุณและให้คำปรึกษาในทุกข้อสงสัยของคุณเกี่ยวกับวีซ่าทุกประเทศทั่วโลก
ติดต่อเรา
- NYC VISA & TRANSLATION
- ที่อยู่ : ที่อยู่สำหรับติดต่อ : 61 ซอยลาดพร้าว 95 (ปรางค์ทิพย์) แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310
- สาขาขอนแก่น (โครงการ The Wall) : ชั้น 2 โครงการ The Wall ถนนรื่นรมย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
- Facebook : NYC Visa and Translation NAATI Notary Public Service
- LINE OFFICIAL ID : @NYCV
- โทรศัพท์ : 083-2494999
- E-mail : contact@nycvisa.org
NYC Visa & Translation พร้อมให้บริการคุณในการดำเนินการขอวีซ่าทุกประเภทวีซ่า และทุกประเทศทั่วโลก พร้อมด้วยบริการแปลเอกสารทุกประเภท เรามุ่งมั่นที่จะให้บริการที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้ เพื่อให้คุณสามารถเดินทางไปยังจุดหมายได้อย่างราบรื่นและมั่นใจ เรายินดีให้บริการในกรุงเทพมหานคร และจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศไทย ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาและข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการของเราได้ทุกเมื่อ ทีมงานของเราพร้อมให้ความช่วยเหลือคุณในทุกขั้นตอนของการดำเนินการขอวีซ่าและการแปลเอกสาร
เขียนโดย






























ใส่ความเห็น