Table of Contents
- วีซ่าครอบครัวแคนาดาคืออะไร
- ใครที่สามารถขอวีซ่าครอบครัวแคนาดาได้
- ทำไมถึงควรขอวีซ่าครอบครัวแคนาดา
- ประเภทของวีซ่าครอบครัวแคนาดา
- เอกสารที่ต้องใช้ในการขอวีซ่าครอบครัวแคนาดา
- ขั้นตอนการยื่นขอวีซ่าครอบครัวแคนาดา ปี 2025
- ยื่นที่ไหนในประเทศไทย
- ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย
- ระยะเวลาในการพิจารณา
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- บริการวีซ่าครอบครัวแคนาดากับ NYC VISA
- เคล็ดลับในการขอวีซ่าครอบครัวให้ผ่านง่ายขึ้น
- สรุป
ในยุคที่ผู้คนเดินทางข้ามประเทศได้ง่ายขึ้น ความสำคัญของการรวมตัวครอบครัวก็ถูกยกระดับมากขึ้นตามไปด้วย สำหรับผู้ที่ต้องการพาครอบครัวมาอยู่ด้วยกันหรือรวมตัวสมาชิกครอบครัวในแคนาดา การขอ “วีซ่าครอบครัว (Family Visa)” ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องเตรียมให้พร้อม บทความนี้จะเจาะลึกทุกแง่มุมเกี่ยวกับการขอวีซ่าครอบครัวแคนาดาในปี 2025 ว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง ต้องยื่นที่ไหน ใช้เอกสารอะไร และมีวิธีการขออย่างไรให้โอกาสผ่านสูงสุด ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการพาครอบครัวมาพำนักในแคนาดาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
วีซ่าครอบครัวแคนาดาคืออะไร
“วีซ่าครอบครัว” (Family Visa) ของประเทศแคนาดา เป็นหมวดหมู่หนึ่งของโปรแกรมตรวจคนเข้าเมืองที่อนุญาตให้พลเมืองแคนาดา (Canadian Citizens) หรือผู้พำนักถาวร (Permanent Residents) สามารถสนับสนุน (Sponsor) สมาชิกครอบครัวบางประเภทให้เข้ามาพำนักในแคนาดาได้ตามกฎหมายของ Immigration, Refugees and Citizenship Canada (IRCC) โดยทั่วไปแล้ว วัตถุประสงค์ของวีซ่าครอบครัวคือการ “รวมครอบครัว” (Family Reunification) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในหลักการสำคัญของนโยบายอพยพแคนาดา
ผู้ที่ได้รับวีซ่าครอบครัวสามารถอาศัยอยู่ในแคนาดาได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และขึ้นอยู่กับประเภทของวีซ่า อาจมีสิทธิ์ทำงานหรือเรียนต่อในแคนาดาได้โดยไม่ต้องขอใบอนุญาตอื่นเพิ่มเติม

ใครที่สามารถขอวีซ่าครอบครัวแคนาดาได้
ปกติแล้วผู้ยื่นคำร้องหรือผู้ที่ “สปอนเซอร์” (Sponsor) สมาชิกครอบครัวได้ต้องเป็น
- พลเมืองแคนาดา (Canadian Citizen)
- ผู้พำนักถาวร (Permanent Resident)
- ผู้ที่มีสถานะได้รับอนุมัติให้พำนักในแคนาดาในกรณีพิเศษ (เช่น ผู้ที่ถือสถานะคุ้มครองชั่วคราวบางกรณี)
ขณะเดียวกัน IRCC จะกำหนดประเภทของ “สมาชิกครอบครัว” ที่สามารถขอวีซ่าครอบครัวได้ เช่น
- คู่สมรสหรือคู่ชีวิต (Spouse or Common-law Partner)
- บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ (Dependent Children)
- พ่อแม่หรือปู่ย่าตายาย (Parents and Grandparents) ในบางกรณีที่เปิดโครงการ Sponsorship (PGP)
- ญาติคนอื่นๆ ที่ไม่มีผู้ดูแล ในกรณีที่เข้าเงื่อนไขพิเศษ
อย่างไรก็ดี แต่ละหมวดจะมีเงื่อนไขแตกต่างกัน โดยเฉพาะเรื่องอายุ สถานภาพสมรส เงื่อนไขด้านการเงิน ระยะเวลาการพำนัก และคุณสมบัติของผู้สปอนเซอร์ที่ต้องมีรายได้หรือภาระภาษีตามเกณฑ์ที่กำหนด
ทำไมถึงควรขอวีซ่าครอบครัวแคนาดา
- รวมครอบครัว
จุดประสงค์หลักคือการได้อยู่ร่วมกับคนในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นคู่สมรส บุตร หรือบุพการี โดยไม่ต้องแยกกันอยู่คนละประเทศ - สิทธิในการใช้ชีวิตอย่างถูกกฎหมาย
สมาชิกครอบครัวที่ถือวีซ่านี้จะสามารถใช้ชีวิตในแคนาดาได้อย่างไม่ต้องกังวลเรื่องกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง สามารถทำงานหรือเรียนได้ตามกฎที่กำหนด - โอกาสในการเป็นผู้พำนักถาวร (Permanent Resident)
หากผ่านการสปอนเซอร์และมีคุณสมบัติครบถ้วน สมาชิกครอบครัวอาจได้รับโอกาสเป็นผู้พำนักถาวรในแคนาดา ซึ่งจะเปิดประตูสู่สิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น บริการสุขภาพ การศึกษา หรือโอกาสแปลงสัญชาติเป็นพลเมือง (Citizenship) ในอนาคต - คุณภาพชีวิตและสภาพแวดล้อมที่ดี
แคนาดามีคุณภาพชีวิตสูง โอกาสด้านการศึกษาและงานกว้างขวาง ส่งผลดีต่ออนาคตของสมาชิกครอบครัวทั้งในด้านการพัฒนาและความเป็นอยู่
ประเภทของวีซ่าครอบครัวแคนาดา

โดยทั่วไป วีซ่าครอบครัวจะถูกแบ่งหมวดหมู่ตามลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างผู้สปอนเซอร์กับผู้ที่ต้องการย้ายมา ได้แก่
- Spouse, Common-law Partner, and Conjugal Partner Sponsorship
สำหรับผู้ที่เป็นคู่สมรสตามกฎหมาย คู่ชีวิตที่อยู่กินกันเสมือนสมรส หรือแฟนที่มีเหตุผลยืนยันความสัมพันธ์จริงจัง - Dependent Child Sponsorship
สำหรับบุตรที่อายุไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด (ปกติไม่เกิน 22 ปี และยังไม่มีคู่สมรส) หรือบุตรพิการที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ - Parents and Grandparents Sponsorship (PGP)
สำหรับผู้ที่ต้องการสปอนเซอร์พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย เป็นโครงการที่ต้องลงทะเบียนความสนใจ (Interest to Sponsor) และมักมีจำนวนจำกัดในแต่ละปี - Other Relatives
ญาติสายตรงอื่นๆ เช่น พี่น้อง หลาน หรือญาติคนสุดท้ายในครอบครัว เฉพาะกรณีที่ไม่มีญาติคนอื่นๆ ในแคนาดาและเข้าเงื่อนไขพิเศษเท่านั้น
เอกสารที่ต้องใช้ในการขอวีซ่าครอบครัวแคนาดา
- เอกสารยืนยันสถานะของผู้สปอนเซอร์
- สำเนาพาสปอร์ตแคนาดา
- สำเนาบัตรพลเมือง หรือใบ Certificate of Canadian Citizenship
- สำเนาใบพำนักถาวร (PR Card) หรือ COPR (Confirmation of Permanent Residence)
- หลักฐานแสดงสถานะว่าพักอาศัยจริงในแคนาดา (เช่น ใบกำกับภาษี, สลิปเงินเดือน, บิลค่าสาธารณูปโภค)
- หลักฐานความสัมพันธ์
- ทะเบียนสมรส (Marriage Certificate) หรือหลักฐานความเป็นคู่ชีวิต (Common-law Certificate)
- ภาพถ่ายแต่งงาน, ภาพถ่ายร่วมกัน, บันทึกการเดินทางหรือเอกสารทางกฎหมายอื่นๆ เพื่อยืนยันความสัมพันธ์ต่อเนื่อง
- สำหรับบุตร: สูติบัตร หนังสือรับรองบุตรบุญธรรม (ถ้ามี)
- หลักฐานทางการเงิน
- Bank Statement / รายการเดินบัญชีย้อนหลัง
- หนังสือรับรองรายได้ / หนังสือรับรองการทำงาน / สลิปเงินเดือน
- หลักฐานการเสียภาษีประจำปี (Notice of Assessment) จาก Canada Revenue Agency (CRA) สำหรับผู้ที่เป็นพลเมืองแคนาดาหรือผู้มีถิ่นพำนักถาวร
- ผลตรวจสุขภาพ (Medical Exam)
- ผู้ที่ยื่นขอวีซ่าอาจต้องตรวจสุขภาพกับแพทย์ที่ IRCC รับรอง
- ใบรับรองความประพฤติ (Police Clearance Certificate)
- ต้องขอจากประเทศที่ผู้ยื่นอาศัยอยู่เป็นเวลานานเกิน 6 เดือนขึ้นไปในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ของ IRCC)
- แบบฟอร์มและเอกสารอื่นๆ
- แบบฟอร์ม IMM 0008, IMM 1344, IMM 5532, และแบบฟอร์มประกอบอื่นๆ ที่ IRCC ระบุ
- รูปถ่ายตามขนาดที่กำหนด (35 มม. x 45 มม.)
- สำเนาพาสปอร์ตของผู้สมัครทุกคนในครอบครัว
ขั้นตอนการยื่นขอวีซ่าครอบครัวแคนาดา ปี 2025
- ตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดจาก IRCC
เข้าเว็บไซต์ Immigration, Refugees and Citizenship Canada หรือสอบถามจากผู้เชี่ยวชาญ เช่น nycvisa.org เพื่อทราบรายละเอียดว่าใครมีสิทธิ์เป็นสปอนเซอร์ และใครเป็นผู้ยื่นขอได้ - เตรียมเอกสารและแบบฟอร์มให้ครบถ้วน
รวบรวมหลักฐานทั้งหมดตาม Checklist ของ IRCC เช่น ใบสมรส, ทะเบียนบ้าน, สูติบัตรลูก, หลักฐานความสัมพันธ์ต่างๆ และเอกสารแปลภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศสพร้อมรับรอง (ถ้าเอกสารต้นทางเป็นภาษาอื่น) - กรอกแบบฟอร์มออนไลน์หรือกระดาษ (ตามประเภทที่กำหนด)
บางโครงการของวีซ่าครอบครัวสามารถยื่นออนไลน์ผ่านพอร์ทัล IRCC ได้แล้วในปี 2025 แต่ในบางโปรแกรม เช่น Parents and Grandparents Sponsorship (PGP) อาจมีรูปแบบผสมระหว่างออนไลน์และส่งเอกสารทางไปรษณีย์ - ชำระค่าธรรมเนียม
- ค่าธรรมเนียมการดำเนินการ (Processing Fee)
- ค่าธรรมเนียมสิทธิในการพำนักถาวร (Right of Permanent Residence Fee)
- ค่าธรรมเนียมไบโอเมตริกซ์ (Biometrics Fee) หากยังไม่เคยมีข้อมูลในระบบ
- ทำการเก็บไบโอเมตริกซ์ (ถ้าจำเป็น)
ผู้สมัครบางคนอาจต้องนัดคิวไปเก็บลายนิ้วมือและถ่ายรูปที่ศูนย์ VFS Global ในประเทศของตนเอง (เช่น ในประเทศไทย ที่อาคารเดอะเทรนดี้ ออฟฟิศ สุขุมวิท 13) - ส่งเอกสารตัวจริงทางไปรษณีย์ (ถ้าต้องการ)
ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ขอเอกสารต้นฉบับ หรือเรียกดูพาสปอร์ตตัวจริง ผู้สมัครต้องจัดส่งไปตามที่อยู่ที่กำหนด - รอการพิจารณา
IRCC จะใช้เวลาในการตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของเอกสาร ซึ่งอาจใช้หลายเดือนถึงปี ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้สมัครและความซับซ้อนของเคส - ยืนยันผล / ขอสถานะในแคนาดา
เมื่ออนุมัติ ผู้สมัครจะได้รับเอกสารระบุสิทธิในการพำนักในแคนาดา (เช่น Confirmation of Permanent Residence – COPR) และพาสปอร์ตจะถูกประทับสติกเกอร์วีซ่า (ถ้าจำเป็น) เพื่อใช้เดินทางเข้าแคนาดา
ยื่นที่ไหนในประเทศไทย

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยและต้องการยื่นขอวีซ่าครอบครัวแคนาดา สามารถดำเนินการได้ 2 ช่องทางหลัก ดังนี้
- ยื่นออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ IRCC
- สมัครบัญชี IRCC Portal
- กรอกข้อมูลและอัปโหลดเอกสารเป็นไฟล์ PDF หรือสแกนเอกสาร
- ชำระค่าธรรมเนียมผ่านบัตรเครดิต/เดบิต
- หากต้องเก็บไบโอเมตริกซ์ จะได้รับจดหมายแจ้งให้ไปเก็บลายนิ้วมือที่ศูนย์ VFS Global
- ยื่นผ่าน VFS Global (Canada Visa Application Centre)
- สำหรับบางประเภทของวีซ่า (โดยเฉพาะการส่งเอกสารกระดาษหรือส่งพาสปอร์ตตัวจริง) อาจต้องไปที่ศูนย์รับคำร้อง VFS Global
- ที่ตั้งในไทย: อาคารเดอะเทรนดี้ ออฟฟิศ ชั้น 28 สุขุมวิท 13 เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
- ต้องตรวจสอบรายละเอียดการนัดหมาย เวลาทำการ และค่าบริการเสริม (ถ้ามี)
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย
- ค่าธรรมเนียมการดำเนินการ (Processing Fee)
- ประมาณ 75 – 150 ดอลลาร์แคนาดา (CAD) ต่อผู้สมัคร ขึ้นอยู่กับประเภทวีซ่าครอบครัว
- ค่าธรรมเนียมสิทธิในการพำนักถาวร (Right of Permanent Residence Fee)
- ประมาณ 500 ดอลลาร์แคนาดา (CAD)
- สำหรับผู้ใหญ่ทุกคนที่ต้องการสถานะ PR
- ค่าธรรมเนียมไบโอเมตริกซ์ (Biometrics Fee)
- ประมาณ 85 ดอลลาร์แคนาดา (CAD) ต่อคน หากยังไม่เคยลงทะเบียนมาก่อน
- ค่าแปลเอกสารและรับรองคำแปล
- ประมาณ 300-500 บาทต่อหน้า (ภาษาไทยเป็นอังกฤษ) ตามสำนักแปล
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ
- ค่าตรวจสุขภาพ: ประมาณ 2,000-4,000 บาท
- ค่าจัดส่งพาสปอร์ต: หากต้องใช้บริการส่ง EMS หรือ Courier
- ค่าบริการเอเจนต์หรือที่ปรึกษา (ถ้าใช้)
- สำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกและลดความผิดพลาด เช่นบริการจาก nycvisa.org ราคาเริ่มต้นเพียง 3,500 บาท
ระยะเวลาในการพิจารณา
การขอวีซ่าครอบครัวมักใช้เวลานานกว่าการขอวีซ่าทั่วไป เช่น วีซ่าท่องเที่ยวหรือวีซ่าธุรกิจ เพราะเจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบความถูกต้องของความสัมพันธ์ ความพร้อมทางการเงิน และประวัติของผู้สมัคร โดยเฉลี่ยอาจอยู่ในช่วง 8-12 เดือน หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับประเภทของวีซ่า จำนวนผู้ยื่นในช่วงเวลานั้น และความซับซ้อนของเคส

บางรายการ เช่น PGP (Parents and Grandparents Sponsorship) อาจใช้เวลานานกว่า 1-2 ปี หรือมากกว่านั้น ดังนั้น ผู้สมัครควรตรวจสอบ Processing Times ล่าสุดจาก IRCC อย่างสม่ำเสมอ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
หากยังไม่จดทะเบียนสมรส จะขอวีซ่าครอบครัวได้ไหม
ขึ้นอยู่กับสถานะความสัมพันธ์ หากเป็นคู่ชีวิตแบบ Common-law ต้องพิสูจน์การอยู่กินร่วมกันอย่างน้อย 12 เดือน มีเอกสารทางกฎหมาย (เช่น สัญญาเช่าห้องร่วม, บัญชีธนาคารร่วม, บิลค่าสาธารณูปโภค) เพื่อยืนยันความสัมพันธ์
จะขอสปอนเซอร์พ่อแม่ได้เมื่อไร
ต้องรอประกาศจาก IRCC ในแต่ละปีว่าเปิดรับคำขอ (Interest to Sponsor) โครงการ PGP หรือไม่ และหากได้รับเชิญให้ยื่นเอกสารจึงดำเนินขั้นตอนต่อไป

ผู้สมัครวีซ่าครอบครัวสามารถทำงานได้ทันทีหรือไม่
ขึ้นอยู่กับสถานะ หากได้รับการอนุมัติเป็นผู้พำนักถาวร (PR) จะสามารถทำงานได้ทันที โดยไม่ต้องขอ Work Permit แยก ส่วนกรณีอยู่ระหว่างรออนุมัติ อาจต้องตรวจสอบเงื่อนไขเฉพาะ
ต้องตรวจสุขภาพในทุกกรณีหรือเปล่า
กรณี Sponsor คู่สมรสหรือบุตร อาจกำหนดให้ตรวจสุขภาพเพื่อยืนยันว่าไม่มีโรคติดต่อร้ายแรง ในขณะที่ PGP (พ่อแม่/ปู่ย่าตายาย) อาจเข้มงวดเรื่องสุขภาพมากกว่า
ต้องมีเงินในบัญชีเท่าไหร่ถึงจะ Sponsor ครอบครัวได้
ขึ้นอยู่กับจำนวนสมาชิกครอบครัวและรายได้ของผู้สปอนเซอร์ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยต้องไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ Minimum Necessary Income (MNI) ที่ IRCC กำหนด
เคยถูกปฏิเสธวีซ่าประเทศอื่นมีผลหรือไม่
ไม่มีผลโดยตรง แต่ IRCC จะพิจารณาเหตุผลที่เคยถูกปฏิเสธ และประเมินความน่าเชื่อถือโดยรวม ถ้าไม่ใช่เหตุอาชญากรรมหรือหลบหนีเข้าเมือง ก็ยังสามารถขอได้
บริการวีซ่าครอบครัวแคนาดากับ NYC VISA

หากคุณไม่ต้องการเสียเวลาศึกษาขั้นตอนซับซ้อน หรือต้องการเพิ่มโอกาสอนุมัติให้สูงขึ้น การเลือกใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญอย่าง nycvisa.org เป็นตัวช่วยที่ดี เพราะทีมงานมีประสบการณ์ตรงในการยื่นขอวีซ่าแคนาดาหลายประเภท รวมถึงวีซ่าครอบครัว
ข้อดีของการใช้บริการ
- ประเมินคุณสมบัติและความเป็นไปได้
ทีมงานจะตรวจสอบและแนะนำว่าคุณและครอบครัวเข้าข่ายประเภทใด พร้อมอธิบายโอกาสหรือเงื่อนไขเพิ่มเติม - ตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียด
การขอวีซ่าครอบครัวต้องการหลักฐานความสัมพันธ์และการเงินจำนวนมาก ซึ่งหากผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว ก็อาจทำให้ล่าช้าหรือถูกปฏิเสธ - บริการแบบครบวงจร
ตั้งแต่กรอกแบบฟอร์ม ชำระค่าธรรมเนียมออนไลน์ จัดคิวเก็บไบโอเมตริกซ์ จนถึงติดตามผลอย่างต่อเนื่อง - ค่าบริการเริ่มต้นเพียง 3,500 บาท
โปร่งใส ไม่มีค่าบริการแอบแฝง และแจ้งค่าใช้จ่ายทุกส่วนล่วงหน้า
เคล็ดลับในการขอวีซ่าครอบครัวให้ผ่านง่ายขึ้น
- เตรียมตัวแต่เนิ่นๆ
การยื่นขอวีซ่าครอบครัวอาจกินเวลานาน ควรเริ่มรวบรวมเอกสารทันทีที่มีแผนงานแน่นอน - พิสูจน์ความสัมพันธ์อย่างชัดเจน
ไม่ว่าจะเป็นคู่สมรส คู่ชีวิต หรือบุตร ควรมีหลักฐานอย่างละเอียดและน่าเชื่อถือ เช่น รูปถ่ายหลายช่วงเวลา เอกสารทางกฎหมาย บันทึกการโอนเงินติดต่อกัน - อัปเดตความเคลื่อนไหวการเงิน
หากมีเกณฑ์รายได้หรือเงินฝาก ควรทำให้บัญชีมั่นคง มีการเดินบัญชีอย่างสม่ำเสมอ - ตอบแบบสอบถาม (Questionnaire) ด้วยความจริง
เจ้าหน้าที่จะพิจารณาข้อเท็จจริงและการสอดคล้องของข้อมูล หากพบว่ามีการปกปิดหรือให้ข้อมูลเท็จจะเสี่ยงต่อการถูกปฏิเสธ - เลือกที่ปรึกษามืออาชีพ
ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์จะช่วยตรวจความถูกต้องของเอกสารและขั้นตอน ลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น
สรุป
การขอวีซ่าครอบครัวแคนาดา (Family Visa) ในปี 2025 ยังคงมีบทบาทสำคัญสำหรับพลเมืองแคนาดาหรือผู้พำนักถาวร (PR) ที่ต้องการพาครอบครัวเข้ามาอยู่ด้วยกันอย่างถาวรหรือเป็นเวลานาน การเตรียมเอกสารต้องพิถีพิถันและครบถ้วน โดยเฉพาะหลักฐานความสัมพันธ์และหลักฐานทางการเงิน ซึ่งเป็นสองส่วนหลักที่เจ้าหน้าที่ IRCC ให้ความสำคัญ
แม้ว่าขั้นตอนจะดูซับซ้อน แต่หากมีความเข้าใจในเงื่อนไขและปฏิบัติตามอย่างถูกต้อง โอกาสได้รับอนุมัติวีซ่าก็จะสูงขึ้น หากคุณไม่มีเวลาหรือไม่มั่นใจเรื่องเอกสาร การใช้บริการกับทีมผู้เชี่ยวชาญอย่าง nycvisa.org ที่มีค่าบริการเริ่มต้นเพียง 3,500 บาท ก็เป็นทางเลือกช่วยประหยัดเวลา ลดความเครียด และเพิ่มโอกาสอนุมัติ
หวังว่าบทความนี้จะตอบคำถามได้ว่า วีซ่าครอบครัวแคนาดาในปี 2025 ต้องยื่นอย่างไร ยื่นที่ไหน ใช้อะไรบ้าง รวมถึงหลักการและแนวทางที่ควรรู้ก่อนเริ่มดำเนินการ เพื่อให้คุณและครอบครัวได้ใช้ชีวิตในแคนาดาอย่างถูกกฎหมายและมีความสุขในระยะยาว
บริการทุกจังหวัดในประเทศไทยและทุกประเทศทั่วโลก
บริษัท NYC VISA & TRANSLATION มีสาขาทั่วประเทศไทย ทำให้คุณสามารถเข้าถึงบริการขอวีซ่าประเทศต่าง ๆ ใกล้บ้านของคุณอย่างสะดวก ทั้งนี้เรายังสามารถยื่นขอวีซ่าทุกประเภท ยื่นได้ทุกประเทศจากทั่วทุกมุมโลก
หากคุณกำลังมองหาบริการรับยื่นวีซ่า รับทำวีซ่า ที่ครบวงจรและมีทีมงานมืออาชีพที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของประเทศ
ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเราที่ www.nycvisa.org
เรามีสาขาให้บริการกว่า 26 สาขาทั่วประเทศ เรายินดีให้ความช่วยเหลือคุณในขั้นตอนการขอวีซ่าของคุณและให้คำปรึกษาในทุกข้อสงสัยของคุณเกี่ยวกับวีซ่าทุกประเทศทั่วโลก
ติดต่อเรา
- NYC VISA & TRANSLATION
- ที่อยู่ : ที่อยู่สำหรับติดต่อ : 61 ซอยลาดพร้าว 95 (ปรางค์ทิพย์) แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310
- สาขาขอนแก่น (โครงการ The Wall) : ชั้น 2 โครงการ The Wall ถนนรื่นรมย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
- Facebook : NYC Visa and Translation NAATI Notary Public Service
- LINE OFFICIAL ID : @NYCV
- โทรศัพท์ : 083-2494999
- E-mail : contact@nycvisa.org
NYC Visa & Translation พร้อมให้บริการคุณในการดำเนินการขอวีซ่าทุกประเภทวีซ่า และทุกประเทศทั่วโลก พร้อมด้วยบริการแปลเอกสารทุกประเภท เรามุ่งมั่นที่จะให้บริการที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้ เพื่อให้คุณสามารถเดินทางไปยังจุดหมายได้อย่างราบรื่นและมั่นใจ เรายินดีให้บริการในกรุงเทพมหานคร และจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศไทย ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาและข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการของเราได้ทุกเมื่อ ทีมงานของเราพร้อมให้ความช่วยเหลือคุณในทุกขั้นตอนของการดำเนินการขอวีซ่าและการแปลเอกสาร
เขียนโดย






























ใส่ความเห็น