Table of Contents
- วีซ่าครอบครัวเดนมาร์ก (Family Reunification Residence Permit) คืออะไร?
- ใครบ้างที่สามารถยื่นขอวีซ่าครอบครัวเดนมาร์กได้?
- คุณสมบัติและเงื่อนไขสำคัญสำหรับผู้สนับสนุน (Sponsor) ในเดนมาร์ก
- คุณสมบัติและเงื่อนไขสำหรับผู้สมัคร (Applicant) ในประเทศไทย
- เอกสารที่ต้องใช้ในการขอวีซ่าครอบครัวเดนมาร์ก (อัปเดต 2025)
- ขั้นตอนการยื่นขอวีซ่าครอบครัวเดนมาร์ก (Step-by-Step Guide)
- สถานที่ยื่นคำร้องขอวีซ่าครอบครัวเดนมาร์กในประเทศไทย
- ระยะเวลาที่คาดว่าจะได้รับวีซ่า (Processing Time)
- ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการขอวีซ่าครอบครัวเดนมาร์ก (Fees and Costs)
- เหตุผลทั่วไปที่ทำให้คำร้องขอวีซ่าครอบครัวเดนมาร์กถูกปฏิเสธ
- หากคำร้องถูกปฏิเสธ ต้องทำอย่างไร?
- เมื่อได้รับอนุมัติวีซ่าแล้ว ต้องทำอย่างไรต่อ?
- บริการช่วยเหลือการยื่นวีซ่าครอบครัวเดนมาร์กจาก NYC Visa & Translation
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับวีซ่าครอบครัวเดนมาร์ก
- บทสรุป
เดนมาร์ก (Denmark) เป็นประเทศแถบนอร์ดิก (Nordic) ที่มีชื่อเสียงในด้านคุณภาพชีวิตสูง สถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ วัฒนธรรมที่ผสมผสานทั้งอดีตและความทันสมัย อีกทั้งยังมีระบบการศึกษาและนวัตกรรมที่ได้รับการยอมรับระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นสถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย หรือหลักสูตรเฉพาะทาง คนไทยไม่น้อยจึงมีความสนใจเดินทางไปเรียนต่อในเดนมาร์ก หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่มองหาประสบการณ์การศึกษาระดับสูง หรือหลักสูตรภาษาที่มีมาตรฐานดี การขอวีซ่านักเรียน (Student Visa) ถือเป็นก้าวแรกที่ต้องศึกษาอย่างละเอียด

การได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับครอบครัวอันเป็นที่รักในต่างแดน ถือเป็นความฝันของใครหลายคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่สวยงามและมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างเดนมาร์ก “วีซ่าครอบครัวเดนมาร์ก” หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า “ใบอนุญาตมีถิ่นที่อยู่เพื่อการรวมครอบครัว” (Residence Permit for Family Reunification) คือประตูสำคัญที่จะเปิดโอกาสให้คุณได้ไปอยู่กับสมาชิกครอบครัวที่พำนักอยู่ในเดนมาร์กอย่างถูกกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม กระบวนการขอวีซ่าประเภทนี้มีความซับซ้อนและรายละเอียดค่อนข้างมาก ต้องเตรียมเอกสารหลายอย่าง และมีเงื่อนไขที่ทั้งผู้สมัคร (Applicant) ในประเทศไทย และผู้สนับสนุน (Sponsor) ในเดนมาร์กต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด การเตรียมตัวที่ดีและเข้าใจขั้นตอนอย่างละเอียดจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
บทความนี้ NYC Visa & Translation ได้รวบรวมข้อมูลล่าสุดสำหรับปี 2025 เพื่อเป็นคู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับผู้ที่วางแผนจะยื่นขอวีซ่าครอบครัวเดนมาร์ก เราจะเจาะลึกทุกประเด็นที่คุณต้องรู้ ตั้งแต่ประเภทของวีซ่า คุณสมบัติผู้สมัครและผู้สนับสนุน เอกสารที่ต้องใช้แบบละเอียดยิบ ขั้นตอนการยื่นคำร้อง สถานที่ยื่น ค่าธรรมเนียมต่างๆ ระยะเวลาที่คาดว่าจะได้รับวีซ่า ไปจนถึงคำถามที่พบบ่อย (FAQ) เพื่อคลายทุกข้อสงสัย และแน่นอน เราพร้อมนำเสนอ บริการช่วยเหลือในการยื่นวีซ่าจาก NYC Visa & Translation ด้วยค่าบริการเริ่มต้นเพียง 3,500 บาท ผ่านทางเว็บไซต์ nycvisa.org เพื่อให้การเดินทางไปหาครอบครัวของคุณราบรื่นที่สุด
วีซ่าครอบครัวเดนมาร์ก (Family Reunification Residence Permit) คืออะไร?
ก่อนอื่น มาทำความเข้าใจกันก่อนว่าวีซ่าครอบครัวเดนมาร์กไม่ใช่ “วีซ่าท่องเที่ยว” (Schengen Visa) ที่ใช้สำหรับการเดินทางระยะสั้น แต่เป็น ใบอนุญาตมีถิ่นที่อยู่ระยะยาว (Long-stay Residence Permit) ที่อนุญาตให้คุณเดินทางเข้าประเทศเดนมาร์กและพำนักอาศัยอยู่กับสมาชิกในครอบครัวที่นั่นได้ตามระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะสามารถต่ออายุได้หากยังคงมีคุณสมบัติตามเงื่อนไข
วัตถุประสงค์หลักของวีซ่าประเภทนี้คือ “การรวมครอบครัว” (Family Reunification) ช่วยให้สมาชิกในครอบครัวที่อยู่ห่างไกลกันได้กลับมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในเดนมาร์กอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตนี้จะได้รับสิทธิในการทำงาน เรียนหนังสือ และเข้าถึงสวัสดิการบางอย่างของเดนมาร์กได้ (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข)

ใครบ้างที่สามารถยื่นขอวีซ่าครอบครัวเดนมาร์กได้?
ผู้ที่สามารถยื่นขอวีซ่าประเภทนี้ได้ จะต้องมีความสัมพันธ์ทางครอบครัวกับบุคคลที่พำนักอยู่ในเดนมาร์กอย่างถูกกฎหมาย (เรียกว่า “ผู้สนับสนุน” หรือ Sponsor) โดยความสัมพันธ์หลักๆ ที่เข้าเกณฑ์ มีดังนี้:
1. คู่สมรส (Spouse)
- คุณต้องจดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมายกับผู้สนับสนุนที่อยู่ในเดนมาร์ก
- การสมรสต้องเป็นการสมรสโดยสมัครใจและเกิดขึ้นจริง (Genuine marriage) ไม่ใช่การสมรสเพื่อผลประโยชน์ในการขอวีซ่า
- ทั้งคุณและคู่สมรสต้องมีอายุ 24 ปีขึ้นไป (เป็นเงื่อนไขสำคัญที่เรียกว่า “24-year rule” ซึ่งมีข้อยกเว้นบางประการ แต่โดยทั่วไปต้องปฏิบัติตาม)
- ต้องมีหลักฐานพิสูจน์ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและต่อเนื่อง
2. คู่ชีวิตจดทะเบียน (Registered Partner)
- สำหรับคู่รักเพศเดียวกันที่จดทะเบียนคู่ชีวิตอย่างถูกต้องตามกฎหมายในประเทศที่ยอมรับการจดทะเบียนลักษณะนี้
- เงื่อนไขอื่นๆ ส่วนใหญ่จะคล้ายคลึงกับกรณีคู่สมรส รวมถึงกฎอายุ 24 ปี
3. คู่รักที่อยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยา (Cohabiting Partner)
- คุณต้องพิสูจน์ได้ว่าคุณและผู้สนับสนุนได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในที่อยู่เดียวกันอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาพอสมควร (โดยทั่วไป อย่างน้อย 1.5 – 2 ปี) ก่อนที่ผู้สนับสนุนจะย้ายไปเดนมาร์ก หรือก่อนยื่นคำร้อง
- ความสัมพันธ์ต้องมั่นคงและมีลักษณะคล้ายคลึงกับการสมรส (Marriage-like relationship)
- ต้องแสดงหลักฐานการอยู่ร่วมกันอย่างชัดเจน เช่น สัญญาเช่าร่วม บัญชีธนาคารร่วม บิลค่าใช้จ่ายที่ส่งไปยังที่อยู่เดียวกัน เป็นต้น
- กฎอายุ 24 ปี มีผลบังคับใช้เช่นกัน
4. บุตร/ธิดา (Children)
- บุตร/ธิดาที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี สามารถยื่นขอวีซ่าเพื่อติดตามบิดาหรือมารดาที่พำนักอยู่ในเดนมาร์กได้
- ต้องเป็นบุตรโดยสายเลือด หรือบุตรบุญธรรมที่ได้รับการรับรองตามกฎหมาย
- ผู้ปกครองในเดนมาร์กต้องมีสิทธิ์ในการดูแลบุตร (Custody) แต่เพียงผู้เดียว หรือได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองอีกฝ่ายในการนำบุตรไปพำนักที่เดนมาร์ก
- ในกรณีที่บุตรอายุระหว่าง 15-18 ปี อาจยื่นได้ในบางกรณี แต่เงื่อนไขจะเข้มงวดกว่า และต้องแสดงให้เห็นถึงความผูกพันที่แน่นแฟ้นกับครอบครัวในเดนมาร์ก และความจำเป็นในการมาอยู่ร่วมกัน
- บุตรที่บรรลุนิติภาวะแล้ว (18 ปีขึ้นไป) โดยทั่วไป ไม่สามารถ ยื่นขอวีซ่าประเภทนี้ได้ ยกเว้นในกรณีพิเศษที่มีเหตุผลด้านมนุษยธรรมอย่างยิ่งยวด
5. สมาชิกครอบครัวอื่นๆ (Other Family Members)
- ในบางกรณีที่จำกัดมากๆ เช่น บิดามารดาสูงอายุที่ต้องพึ่งพาบุตรในเดนมาร์ก หรือสมาชิกครอบครัวอื่นที่มีความผูกพันเป็นพิเศษและจำเป็นต้องได้รับการดูแล อาจสามารถยื่นขอได้ แต่เงื่อนไขจะเข้มงวดอย่างยิ่งและพิจารณาเป็นรายกรณีภายใต้เหตุผลด้านมนุษยธรรม
สิ่งสำคัญ: กฎระเบียบและเงื่อนไขอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ของ หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองเดนมาร์ก (SIRI – Danish Agency for International Recruitment and Integration) หรือ Udlændingestyrelsen ก่อนยื่นคำร้องเสมอ

คุณสมบัติและเงื่อนไขสำคัญสำหรับผู้สนับสนุน (Sponsor) ในเดนมาร์ก
ผู้สนับสนุนที่อยู่ในเดนมาร์กมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง และต้องมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่กำหนด ดังนี้:
- สถานะการพำนัก
- ต้องมีใบอนุญาตมีถิ่นที่อยู่ถาวร (Permanent Residence Permit) ในเดนมาร์ก หรือ
- เป็นพลเมืองเดนมาร์ก (Danish Citizen) หรือ
- เป็นพลเมืองของกลุ่มประเทศนอร์ดิก (Nordic Citizen) หรือ
- เป็นผู้ลี้ภัย (Refugee) ที่ได้รับสถานะตามอนุสัญญาเจนีวา หรือ
- มีใบอนุญาตมีถิ่นที่อยู่ชั่วคราว (Temporary Residence Permit) บางประเภทที่อนุญาตให้ทำการรวมครอบครัวได้ (เช่น วีซ่าทำงานบางประเภท วีซ่านักเรียนบางกรณี แต่เงื่อนไขจะซับซ้อนกว่า) จำเป็นต้องตรวจสอบประเภทวีซ่าของผู้สนับสนุนให้แน่ใจ
- ความสามารถทางการเงิน (Financial Capacity)
- ผู้สนับสนุนต้องพิสูจน์ได้ว่ามีรายได้หรือทรัพย์สินเพียงพอที่จะเลี้ยงดูตนเองและสมาชิกในครอบครัวที่จะย้ายตามมาได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากรัฐ (เช่น เงินสงเคราะห์)
- เกณฑ์รายได้ขั้นต่ำจะถูกกำหนดโดย SIRI และมีการปรับปรุงเป็นระยะ
- อาจต้องแสดงหลักฐานทางการเงินย้อนหลัง เช่น สลิปเงินเดือน ใบรับรองการทำงาน สัญญาจ้างงาน รายการเดินบัญชีธนาคาร เป็นต้น
- ในบางกรณี อาจต้องวางเงินประกัน (Financial Guarantee) กับทาง SIRI ตามจำนวนที่กำหนด เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะไม่ขอรับเงินช่วยเหลือจากรัฐ
- ที่พักอาศัย (Housing Requirement)
- ผู้สนับสนุนต้องมีที่พักอาศัยที่มีขนาดเหมาะสมกับจำนวนสมาชิกในครอบครัวทั้งหมด (รวมผู้ที่จะย้ายมาอยู่ด้วย) ตามมาตรฐานที่ SIRI กำหนด
- ที่พักต้องไม่แออัดเกินไป และต้องมีสภาพเหมาะสมกับการอยู่อาศัย
- ต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับที่พัก เช่น สัญญาเช่า เอกสารยืนยันความเป็นเจ้าของ เป็นต้น
- ข้อกำหนดด้านการบูรณาการ (Integration Requirements)
- ผู้สนับสนุนอาจต้องผ่านการทดสอบภาษาเดนมาร์กระดับหนึ่ง (เช่น Prøve i Dansk 1 หรือสูงกว่า) หรือมีคุณสมบัติด้านการทำงานหรือการศึกษาตามที่กำหนด เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสังคมเดนมาร์ก
- ผู้สนับสนุนต้องไม่ได้รับเงินช่วยเหลือบางประเภทจากรัฐ (เช่น เงินช่วยเหลือเพื่อการบูรณาการ – integrationsydelse) ในช่วงระยะเวลาที่กำหนดก่อนยื่นคำร้อง
- ผู้สนับสนุนต้องลงนามในคำประกาศยืนยันว่าจะรับผิดชอบในการช่วยเหลือผู้สมัครในการปรับตัวเข้ากับสังคมเดนมาร์ก (Declaration on Integration)
- ไม่มีประวัติอาชญากรรมร้ายแรง: ผู้สนับสนุนต้องไม่มีประวัติการก่ออาชญากรรมร้ายแรงที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยสาธารณะ
คุณสมบัติและเงื่อนไขสำหรับผู้สมัคร (Applicant) ในประเทศไทย
นอกจากผู้สนับสนุนแล้ว ตัวผู้สมัครเองก็ต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด:
- หนังสือเดินทาง (Passport): ต้องมีหนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ และมีอายุเหลือเพียงพอครอบคลุมระยะเวลาที่คาดว่าจะพำนัก (ควรมีอายุเหลืออย่างน้อย 15 เดือนนับจากวันที่คาดว่าจะเดินทาง) และมีหน้าว่างอย่างน้อย 2 หน้า
- ความสัมพันธ์ที่แท้จริง (Genuine Relationship): ต้องพิสูจน์ได้ว่าความสัมพันธ์กับผู้สนับสนุนเป็นความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นจริงและมีความต่อเนื่อง ไม่ใช่การจัดฉากเพื่อขอวีซ่า
- อายุ: โดยทั่วไปต้องมีอายุ 24 ปีขึ้นไป หากเป็นการยื่นในฐานะคู่สมรส คู่ชีวิตจดทะเบียน หรือคู่รักที่อยู่กินด้วยกัน (มีข้อยกเว้นบางประการ)
- สุขภาพ: อาจต้องผ่านการตรวจสุขภาพตามที่กำหนด (พิจารณาเป็นรายกรณี)
- ไม่มีประวัติเป็นภัยต่อความมั่นคง: ต้องไม่เป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อความมั่นคงหรือความสงบเรียบร้อยของเดนมาร์ก
- ลงนามในคำประกาศ (Declarations): ผู้สมัครอาจต้องลงนามในคำประกาศเกี่ยวกับความสัมพันธ์ และคำประกาศเกี่ยวกับการยินยอมให้ตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคล
เอกสารที่ต้องใช้ในการขอวีซ่าครอบครัวเดนมาร์ก (อัปเดต 2025)
การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องเป็นหัวใจสำคัญของการยื่นขอวีซ่าครอบครัวเดนมาร์ก เอกสารที่ต้องใช้จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประเภทความสัมพันธ์ (คู่สมรส, บุตร, ฯลฯ) และสถานะของผู้สนับสนุน แต่โดยทั่วไปแล้ว เอกสารหลักๆ ที่ต้องเตรียม มีดังนี้:
1. เอกสารส่วนตัวของผู้สมัคร (Applicant’s Documents)
- หนังสือเดินทาง (Passport): ตัวจริง และสำเนาทุกหน้าที่มีข้อมูลและตราประทับ (รวมหน้าว่าง)
- รูปถ่ายสี: ขนาดสำหรับทำวีซ่า (ตามมาตรฐาน Schengen/ICAO ขนาด 3.5 x 4.5 ซม. พื้นหลังสีขาว เห็นใบหน้าชัดเจน ไม่สวมแว่นดำหรือหมวก) จำนวน 1-2 รูป (ตรวจสอบจำนวนที่แน่นอนกับ VFS Global อีกครั้ง)
- แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่า (Application Form):
- ปัจจุบันนิยมยื่นแบบออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของ SIRI (ต้องสร้าง Case Order ID และชำระค่าธรรมเนียมออนไลน์ก่อน)
- หากยื่นแบบกระดาษ (ในบางกรณี) ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ถูกต้อง และลงลายมือชื่อ (แนะนำให้ยื่นออนไลน์เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว)
- แบบฟอร์มที่ใช้คือ FA1 (Application for family reunification with a spouse/partner in Denmark) หรือ FA6/FA7 (สำหรับบุตร) หรือแบบฟอร์มอื่นตามความเหมาะสม
- ใบรับรองการเกิด (Birth Certificate): ตัวจริง และสำเนา พร้อมฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือเดนมาร์กที่รับรองโดยหน่วยงานที่เชื่อถือได้ (เช่น กรมการกงสุล)
- ทะเบียนบ้าน (House Registration): สำเนา พร้อมฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือเดนมาร์กที่รับรอง
- บัตรประจำตัวประชาชน (ID Card): สำเนา
- ใบเปลี่ยนชื่อ/นามสกุล (ถ้ามี): ตัวจริง และสำเนา พร้อมฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือเดนมาร์กที่รับรอง
- หลักฐานสถานภาพการสมรส:
- กรณีสมรส: ใบสำคัญการสมรส (Marriage Certificate) ตัวจริง และสำเนา พร้อมฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือเดนมาร์กที่รับรอง (หากจดทะเบียนในไทย ต้องผ่านการรับรองจากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ)
- กรณีหย่าร้าง/คู่สมรสเสียชีวิต: ใบสำคัญการหย่า (Divorce Certificate) หรือใบมรณบัตร (Death Certificate) ของคู่สมรสเดิม (ถ้ามี) ตัวจริง และสำเนา พร้อมฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือเดนมาร์กที่รับรอง
- เอกสารยินยอมจากผู้ปกครอง (กรณีผู้สมัครเป็นบุตรอายุต่ำกว่า 18 ปี): หากผู้ปกครองอีกฝ่ายไม่ได้เดินทางไปด้วย ต้องมีหนังสือให้ความยินยอม (Consent Letter) ที่ออกให้โดยอำเภอ/เขต หรือศาล (กรณีมีคำสั่งศาล) อนุญาตให้บุตรเดินทางและพำนักในเดนมาร์ก พร้อมฉบับแปลและรับรอง
- คำประกาศเกี่ยวกับความสัมพันธ์ (Declaration): แบบฟอร์มที่ยืนยันว่าความสัมพันธ์เป็นของจริงและสมัครใจ (อาจรวมอยู่ในแบบฟอร์มหลัก หรือเป็นเอกสารแยก)

2. เอกสารเกี่ยวกับความสัมพันธ์ (Proof of Relationship)
- สำหรับคู่สมรส/คู่ชีวิต/คู่รัก:
- หลักฐานการติดต่อสื่อสารกันอย่างสม่ำเสมอ: บันทึกการโทร, ข้อความแชท (เช่น Line, WhatsApp, Messenger), อีเมล, จดหมาย
- รูปถ่ายร่วมกัน: แสดงถึงช่วงเวลาต่างๆ ในความสัมพันธ์ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน กับเพื่อนและครอบครัว
- หลักฐานการเดินทางไปมาหาสู่กัน: ตั๋วเครื่องบิน, ตราประทับเข้าออกประเทศในหนังสือเดินทาง, ใบจองโรงแรม
- หลักฐานการช่วยเหลือทางการเงิน (ถ้ามี): สลิปโอนเงิน
- สำหรับคู่รักที่อยู่กินด้วยกัน: หลักฐานการอยู่ร่วมกันที่ชัดเจน เช่น สัญญาเช่า/ซื้อบ้านร่วมกัน, บัญชีธนาคารร่วม, บิลค่าสาธารณูปโภคที่ส่งไปยังที่อยู่เดียวกันและมีชื่อทั้งสองคน, เอกสารราชการที่ระบุที่อยู่เดียวกัน
- จดหมายอธิบายความสัมพันธ์ (Relationship Statement) จากทั้งผู้สมัครและผู้สนับสนุน เล่าเรื่องราวความเป็นมาของความสัมพันธ์ ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน แผนการในอนาคต
- สำหรับบุตร:
- ใบรับรองการเกิดที่ระบุชื่อบิดามารดา
- เอกสารรับรองบุตรบุญธรรม (ถ้ามี)
- หลักฐานแสดงสิทธิ์ในการดูแลบุตร (Custody documents) เช่น ป.ค.14 (ออกโดยอำเภอ/เขต) หรือคำสั่งศาล
- รูปถ่ายร่วมกับผู้ปกครองในเดนมาร์ก
3. เอกสารของผู้สนับสนุนในเดนมาร์ก (Sponsor’s Documents)
- สำเนาหนังสือเดินทาง (Passport) หรือบัตรประจำตัว (ID Card) ของเดนมาร์ก
- หลักฐานสถานะการพำนักในเดนมาร์ก: สำเนาใบอนุญาตมีถิ่นที่อยู่ (Residence Permit Card) หรือหลักฐานการเป็นพลเมือง
- หลักฐานทางการเงิน:
- สัญญาจ้างงาน (Employment Contract)
- สลิปเงินเดือน (Payslips) ย้อนหลัง 3-6 เดือน (หรือตามที่ SIRI กำหนด)
- ใบรับรองการทำงาน (Letter of Employment) ระบุตำแหน่ง รายได้ และระยะเวลาการจ้าง
- รายการเดินบัญชีธนาคาร (Bank Statements) ย้อนหลัง
- เอกสารการเสียภาษี (Tax Return)
- เอกสารยืนยันการได้รับเงินบำนาญหรือรายได้อื่นๆ (ถ้ามี)
- หลักฐานการวางเงินประกัน (ถ้าจำเป็น)
- หลักฐานที่พักอาศัย:
- สัญญาเช่าที่พัก (Rental Agreement) ที่ระบุขนาดพื้นที่และจำนวนห้อง
- เอกสารยืนยันความเป็นเจ้าของ (ถ้าเป็นเจ้าของบ้าน/อพาร์ตเมนต์)
- เอกสารยืนยันขนาดที่พัก (เช่น BBR-meddelelse)
- หลักฐานการผ่านข้อกำหนดด้านการบูรณาการ (ถ้าจำเป็น):
- ประกาศนียบัตรการสอบผ่านภาษาเดนมาร์ก (เช่น PD1, PD2, PD3)
- หลักฐานการทำงานหรือการศึกษาในเดนมาร์ก
- คำประกาศต่างๆ (Declarations): เช่น คำประกาศว่าจะรับผิดชอบดูแลผู้สมัคร (Sponsorship Declaration), คำประกาศเรื่องการบูรณาการ (Integration Declaration)
- เอกสารสถานภาพการสมรสของผู้สนับสนุน (ถ้าเคยสมรส/หย่าร้างมาก่อน): ใบหย่า หรือใบมรณบัตรของคู่สมรสเดิม
4. เอกสารอื่นๆ ที่อาจจำเป็น
- ใบรับรองความประพฤติ (Police Clearance Certificate): จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาจจำเป็นในบางกรณี (ควรตรวจสอบกับ VFS หรือ SIRI)
- ผลตรวจสุขภาพ (Medical Examination): อาจมีการร้องขอในบางกรณี โดยเฉพาะหากมีข้อกังวลด้านสุขภาพที่อาจเป็นภาระต่อระบบสาธารณสุขของเดนมาร์ก
- ประกันสุขภาพการเดินทาง (Travel Medical Insurance): แม้จะเป็นวีซ่าระยะยาว แต่อาจต้องใช้สำหรับการเดินทางเข้าประเทศครั้งแรก (ควรตรวจสอบเงื่อนไข)
ข้อควรจำที่สำคัญเกี่ยวกับเอกสาร:
- ความถูกต้องและครบถ้วน: เอกสารทุกอย่างต้องเป็นความจริงและครบถ้วนตามที่กำหนด การให้ข้อมูลเท็จหรือปกปิดข้อมูลอาจนำไปสู่การปฏิเสธวีซ่าและมีผลเสียในระยะยาว
- การแปล: เอกสารภาษาไทยทั้งหมด (ยกเว้นสำเนาบัตรประชาชนและพาสปอร์ต) ต้องนำไปแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือเดนมาร์ก โดยนักแปลที่ได้รับการรับรอง หรือบริษัทแปลที่น่าเชื่อถือ (เช่น บริการแปลของ NYC Visa & Translation)
- การรับรองเอกสาร: เอกสารราชการไทย เช่น ใบเกิด ใบสมรส ใบหย่า ใบรับรองบุตร ต้องผ่านการรับรองจาก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ก่อนนำไปแปลและยื่น
- ฉบับจริงและสำเนา: โดยทั่วไปต้องยื่นทั้งสำเนาและแสดงฉบับจริงต่อเจ้าหน้าที่ VFS Global (ควรเตรียมไปทั้งสองอย่าง)
- เอกสารล่าสุด: เอกสารบางอย่าง เช่น หลักฐานทางการเงิน ควรเป็นข้อมูลล่าสุด (ไม่เก่าเกิน 1-3 เดือน)
- ตรวจสอบเสมอ: รายการเอกสารอาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบรายการล่าสุดจากเว็บไซต์ SIRI และ VFS Global ก่อนยื่นเสมอ
ขั้นตอนการยื่นขอวีซ่าครอบครัวเดนมาร์ก (Step-by-Step Guide)
กระบวนการยื่นขอวีซ่าครอบครัวเดนมาร์กมีขั้นตอนหลักๆ ดังนี้:
ขั้นตอนที่ 1: สร้าง Case Order ID และชำระค่าธรรมเนียมออนไลน์
- ผู้สนับสนุนหรือผู้สมัคร ต้องเข้าไปที่เว็บไซต์ของ SIRI (www.nyidanmark.dk)
- สร้าง Case Order ID สำหรับการยื่นคำร้องประเภท Family Reunification
- ชำระค่าธรรมเนียมการดำเนินการของ SIRI ผ่านระบบออนไลน์ด้วยบัตรเครดิต/เดบิต (ค่าธรรมเนียมจะแตกต่างกันไป โปรดดูหัวข้อ “ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย”)
- เก็บหลักฐานการชำระเงินและ Case Order ID ไว้ให้ดี เพราะต้องใช้ในการกรอกแบบฟอร์มและยื่นเอกสาร
ขั้นตอนที่ 2: กรอกแบบฟอร์มคำร้อง (Application Form)
- แนะนำให้กรอกแบบฟอร์มออนไลน์ (FA1, FA6/7 ฯลฯ) ผ่านเว็บไซต์ของ SIRI หลังจากสร้าง Case Order ID และชำระค่าธรรมเนียมแล้ว ระบบออนไลน์จะนำทางคุณไปทีละขั้นตอน ทำให้กรอกข้อมูลง่ายขึ้นและลดข้อผิดพลาด
- หากเลือกกรอกแบบฟอร์มกระดาษ (PDF) ต้องดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ SIRI กรอกข้อมูลด้วยลายมือบรรจงหรือพิมพ์ให้ชัดเจน และลงลายมือชื่อ
- ตอบคำถามทุกข้อให้ครบถ้วนและถูกต้องตามความเป็นจริง หากไม่แน่ใจควรขอคำแนะนำ
ขั้นตอนที่ 3: รวบรวมเอกสารประกอบทั้งหมด
- เตรียมเอกสารทั้งหมดตามรายการที่ระบุไว้ข้างต้น ทั้งของผู้สมัครและของผู้สนับสนุน
- ตรวจสอบความถูกต้อง ครบถ้วน การแปล และการรับรองเอกสาร (ถ้าจำเป็น)
- จัดเรียงเอกสารให้เป็นระเบียบ เพื่อง่ายต่อการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
ขั้นตอนที่ 4: ทำนัดหมายกับศูนย์รับยื่นคำร้อง VFS Global
- ผู้สมัครในประเทศไทยต้องยื่นเอกสารและเก็บข้อมูลไบโอเมตริกซ์ (ลายนิ้วมือและถ่ายภาพดิจิทัล) ที่ ศูนย์รับยื่นคำร้องขอวีซ่าประเทศเดนมาร์ก (VFS Global) กรุงเทพฯ
- เข้าไปที่เว็บไซต์ของ VFS Global สำหรับประเทศเดนมาร์ก (ค้นหา “VFS Global Denmark Thailand”)
- สร้างบัญชีผู้ใช้ และทำการนัดหมายออนไลน์เพื่อยื่นเอกสาร (เลือกประเภทวีซ่า Residence/Work Permit)
- เลือกวันและเวลาที่สะดวก ควรทำนัดหมายล่วงหน้า เนื่องจากอาจมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก

ขั้นตอนที่ 5: ยื่นเอกสารและเก็บข้อมูลไบโอเมตริกซ์ที่ VFS Global
- เดินทางไปยังศูนย์ VFS Global ตามวันและเวลาที่นัดหมาย ควรไปถึงก่อนเวลาเล็กน้อย
- นำเอกสารทั้งหมด (ทั้งตัวจริงและสำเนา) หนังสือเดินทาง และหลักฐานการนัดหมายไปยื่นต่อเจ้าหน้าที่
- เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความครบถ้วนเบื้องต้นของเอกสาร (แต่ไม่ได้เป็นผู้ตัดสินวีซ่า)
- ชำระค่าบริการของ VFS Global (ดูหัวข้อ “ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย”)
- เข้ารับการเก็บข้อมูลไบโอเมตริกซ์ (สแกนลายนิ้วมือ 10 นิ้ว และถ่ายภาพดิจิทัล)
- VFS Global จะรวบรวมเอกสารและข้อมูลทั้งหมดส่งไปยังสถานทูตเดนมาร์กในกรุงเทพฯ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งต่อไปยัง SIRI ในประเทศเดนมาร์ก เพื่อทำการพิจารณาต่อไป
ขั้นตอนที่ 6: รอผลการพิจารณา
- หลังจากยื่นเอกสารแล้ว จะต้องรอผลการพิจารณาจาก SIRI ซึ่งเป็นหน่วยงานเดียวที่มีอำนาจตัดสินใจอนุมัติหรือปฏิเสธใบอนุญาตมีถิ่นที่อยู่
- ระยะเวลาในการพิจารณาอาจแตกต่างกันไป (ดูหัวข้อ “ระยะเวลาที่คาดว่าจะได้รับวีซ่า”)
- คุณสามารถติดตามสถานะใบสมัครได้ทางเว็บไซต์ของ VFS Global (โดยใช้หมายเลขอ้างอิงที่ได้รับ) หรือบางกรณีอาจติดตามผ่านระบบของ SIRI ได้
- ในระหว่างรอผล SIRI อาจมีการติดต่อขอเอกสารเพิ่มเติม หรือเรียกสัมภาษณ์ (ทั้งผู้สมัครและ/หรือผู้สนับสนุน) หากมีข้อสงสัย
ขั้นตอนที่ 7: รับผลการตัดสิน
- เมื่อ SIRI มีคำตัดสินแล้ว จะแจ้งผลกลับมายังสถานทูตฯ และ VFS Global
- VFS Global จะแจ้งให้คุณมารับหนังสือเดินทางคืนพร้อมผลการตัดสิน หรือจัดส่งคืนทางไปรษณีย์ (หากเลือกใช้บริการเสริม)
- กรณีได้รับอนุมัติ: คุณจะได้รับเอกสารยืนยัน หรือในบางกรณีอาจได้รับเป็นวีซ่าสติกเกอร์ในหนังสือเดินทางเพื่อใช้เดินทางเข้าเดนมาร์ก และจะต้องไปดำเนินการรับบัตร Residence Permit Card หลังจากเดินทางถึงเดนมาร์กแล้ว
- กรณีถูกปฏิเสธ: คุณจะได้รับจดหมายแจ้งเหตุผลในการปฏิเสธ และข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิ์ในการยื่นอุทธรณ์ (Appeal)
สถานที่ยื่นคำร้องขอวีซ่าครอบครัวเดนมาร์กในประเทศไทย
ผู้สมัครที่พำนักอยู่ในประเทศไทยจะต้องยื่นใบคำร้องและเอกสารประกอบทั้งหมด รวมถึงให้ข้อมูลไบโอเมตริกซ์ที่:
ศูนย์รับยื่นคำร้องขอวีซ่าประเทศเดนมาร์ก (ดำเนินการโดย VFS Global)
ที่อยู่: อาคาร จามจุรี สแควร์ ชั้น 4 ยูนิตที่ 404-405 ถนนพญาไท แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
(ควรตรวจสอบที่อยู่และเวลาทำการล่าสุดจากเว็บไซต์ VFS Global อีกครั้งก่อนเดินทาง)

บทบาทของ VFS Global
- เป็นตัวแทนที่ได้รับมอบหมายจากสถานทูตเดนมาร์กในการรับคำร้อง ตรวจสอบเอกสารเบื้องต้น เก็บค่าธรรมเนียมบริการ เก็บข้อมูลไบโอเมตริกซ์ และจัดส่งเอกสารไปยังหน่วยงานพิจารณา
- VFS Global ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจอนุมัติหรือปฏิเสธวีซ่า การตัดสินใจเป็นอำนาจของ SIRI ในเดนมาร์กเท่านั้น
- ให้บริการข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับขั้นตอนและเอกสารที่ต้องใช้ (แต่ข้อมูลที่สมบูรณ์ที่สุดควรดูจาก SIRI)
- มีบริการเสริมต่างๆ เช่น บริการถ่ายเอกสาร ถ่ายรูป บริการ SMS แจ้งสถานะ บริการส่งหนังสือเดินทางคืนทางไปรษณีย์ (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)
ระยะเวลาที่คาดว่าจะได้รับวีซ่า (Processing Time)
ระยะเวลาในการพิจารณาคำร้องขอวีซ่าครอบครัวเดนมาร์ก ไม่มีกำหนดเวลาที่แน่นอนตายตัว และอาจแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละกรณี ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น:
- ความซับซ้อนของเคส: กรณีที่มีความสัมพันธ์ชัดเจน เอกสารครบถ้วน อาจใช้เวลาน้อยกว่ากรณีที่ต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติม เช่น การพิสูจน์ความสัมพันธ์ของคู่รักที่อยู่กินด้วยกัน
- ความครบถ้วนสมบูรณ์ของเอกสาร: หากเอกสารไม่ครบถ้วน หรือ SIRI ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม จะทำให้กระบวนการล่าช้าออกไป
- ปริมาณคำร้อง: จำนวนคำร้องที่ SIRI ได้รับในช่วงเวลานั้นๆ มีผลต่อระยะเวลาในการพิจารณา
- การตรวจสอบข้อมูล: SIRI อาจต้องใช้เวลาในการตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งในเดนมาร์กและในประเทศไทย
- การสัมภาษณ์: หากมีการเรียกสัมภาษณ์ ก็จะเพิ่มระยะเวลาในกระบวนการ
โดยทั่วไปแล้ว SIRI จะแจ้ง “ระยะเวลาบริการตามเป้าหมาย” (Service Goals) สำหรับการพิจารณาคำร้องประเภทต่างๆ ไว้บนเว็บไซต์ (www.nyidanmark.dk) ซึ่งมักจะระบุเป็นจำนวนเดือน
- สำหรับวีซ่าครอบครัว (คู่สมรส/คู่รัก): ระยะเวลาตามเป้าหมายอาจอยู่ที่ประมาณ 7-10 เดือน หรือนานกว่านั้น
- สำหรับวีซ่าติดตามบุตร: อาจใช้เวลาน้อยกว่าเล็กน้อย ประมาณ 5-7 เดือน หรือนานกว่านั้น
ข้อควรระวัง
- ตัวเลขข้างต้นเป็นเพียง ค่าประมาณตามเป้าหมาย ของ SIRI ไม่ใช่การรับประกัน ว่าคุณจะได้รับผลภายในระยะเวลานั้น
- บางกรณีอาจใช้เวลาน้อยกว่า หรือ นานกว่า เป้าหมายที่ตั้งไว้มาก บางเคสอาจใช้เวลาเป็นปี
- ควรวางแผนล่วงหน้า และยื่นคำร้องแต่เนิ่นๆ อย่าจองตั๋วเครื่องบินหรือลาออกจากงานจนกว่าจะได้รับผลวีซ่า
- การติดตามสถานะอย่างสม่ำเสมอผ่าน VFS หรือ SIRI อาจช่วยให้ทราบความคืบหน้าได้บ้าง แต่ไม่สามารถเร่งรัดกระบวนการได้โดยตรง

ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการขอวีซ่าครอบครัวเดนมาร์ก (Fees and Costs)
การขอวีซ่าครอบครัวเดนมาร์กมีค่าใช้จ่ายหลายส่วนที่ผู้สมัครต้องรับผิดชอบ ดังนี้:
- ค่าธรรมเนียมการพิจารณาของ SIRI (SIRI Processing Fee)
- เป็นค่าธรรมเนียมหลักที่ต้องชำระออนไลน์ตอนสร้าง Case Order ID
- อัตราค่าธรรมเนียมจะกำหนดเป็น โครนเดนมาร์ก (DKK) และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ทุกปี
- สำหรับปี 2024-2025 ค่าธรรมเนียมสำหรับ Family Reunification (คู่สมรส/คู่รัก) อาจอยู่ที่ประมาณ 10,000 – 11,000 DKK (หรืออาจสูงกว่านี้ โปรดตรวจสอบอัตราล่าสุดบนเว็บไซต์ SIRI ณ วันที่ยื่น)
- ค่าธรรมเนียมสำหรับติดตามบุตรอาจแตกต่างออกไป
- แปลงเป็นเงินบาท: อัตราแลกเปลี่ยนจะผันผวน ควรตรวจสอบอัตรา ณ วันที่ชำระเงิน (ประมาณ 50,000 – 60,000 บาท หรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนและค่าธรรมเนียม ณ ขณะนั้น)
- หมายเหตุ: ค่าธรรมเนียมนี้ ไม่สามารถขอคืนได้ ไม่ว่าผลการพิจารณาจะเป็นอย่างไร
- ค่าบริการของศูนย์ VFS Global (VFS Service Fee)
- เป็นค่าบริการสำหรับการดำเนินการรับคำร้อง ตรวจเอกสารเบื้องต้น และเก็บข้อมูลไบโอเมตริกซ์
- ชำระโดยตรงที่ศูนย์ VFS ในวันที่ไปยื่นเอกสาร เป็นเงินบาท
- อัตราค่าบริการจะแตกต่างกันไป โปรดตรวจสอบจากเว็บไซต์ VFS Global ล่าสุด (อาจอยู่ที่ประมาณ 1,000 – 1,500 บาท)
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น
- ค่าแปลเอกสาร: ขึ้นอยู่กับจำนวนเอกสารและอัตราค่าบริการของนักแปล/บริษัทแปล (อาจหลายพันบาท – NYC Visa & Translation มีบริการนี้)
- ค่ารับรองเอกสารที่กรมการกงสุล: มีค่าธรรมเนียมตามที่กรมการกงสุลกำหนด (ต่อตราประทับ)
- ค่าถ่ายรูป: สำหรับทำวีซ่า
- ค่าถ่ายเอกสาร: หากไม่ได้เตรียมสำเนาไปครบถ้วน
- ค่าเดินทาง: ไปยังกรมการกงสุล (ถ้าต้องไปเอง) และไปยังศูนย์ VFS Global กรุงเทพฯ
- ค่าตรวจสุขภาพ (ถ้าถูกร้องขอ): ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับโรงพยาบาลที่กำหนด
- ค่าประกันการเดินทาง (ถ้าจำเป็น): สำหรับช่วงเดินทางเข้าประเทศ
- ค่าบริการไปรษณีย์ (Courier Fee): หากต้องการให้ VFS ส่งหนังสือเดินทางคืนทางไปรษณีย์
- ค่าธรรมเนียมการวางเงินประกัน (Financial Guarantee): เฉพาะกรณีที่ผู้สนับสนุนต้องวางเงินประกันกับ SIRI (เป็นจำนวนเงินที่ค่อนข้างสูง แต่จะได้รับคืนหากปฏิบัติตามเงื่อนไข)
รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด: การขอวีซ่าครอบครัวเดนมาร์กอาจมีค่าใช้จ่ายรวม ตั้งแต่ 60,000 บาทขึ้นไป หรืออาจสูงถึงหลักแสนบาทได้ ขึ้นอยู่กับค่าธรรมเนียม SIRI ณ ขณะนั้น อัตราแลกเปลี่ยน และค่าใช้จ่ายแฝงอื่นๆ เช่น ค่าแปล ค่ารับรองเอกสาร และค่าเงินประกัน (ถ้ามี)
เหตุผลทั่วไปที่ทำให้คำร้องขอวีซ่าครอบครัวเดนมาร์กถูกปฏิเสธ
การถูกปฏิเสธวีซ่าเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่การทราบถึงสาเหตุที่เป็นไปได้จะช่วยให้เตรียมตัวได้ดีขึ้น เหตุผลทั่วไปที่อาจนำไปสู่การปฏิเสธ ได้แก่:
- เอกสารไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง
- ผู้สนับสนุนไม่ผ่านเกณฑ์
- พิสูจน์ความสัมพันธ์ไม่ได้
- ไม่ผ่านกฎอายุ 24 ปี
- ผู้สนับสนุนรับเงินช่วยเหลือจากรัฐ
- ข้อมูลเท็จ
- ปัญหาด้านความมั่นคงหรืออาชญากรรม
- ไม่ผ่านการสัมภาษณ์ (ถ้ามี)
- บุตรไม่เข้าเกณฑ์
หากคำร้องถูกปฏิเสธ ต้องทำอย่างไร?
ในกรณีที่คำร้องขอวีซ่าถูกปฏิเสธ คุณจะได้รับจดหมายแจ้งเหตุผลอย่างเป็นทางการ และโดยทั่วไปคุณจะมีสิทธิ์ในการ ยื่นอุทธรณ์ (Appeal) ต่อ คณะกรรมการพิจารณาการอุทธรณ์ด้านการเข้าเมือง (Immigration Appeals Board / Udlændingenævnet) ภายในระยะเวลาที่กำหนด (ปกติคือ 8 สัปดาห์นับจากวันที่ได้รับแจ้งผล)
กระบวนการอุทธรณ์มีความซับซ้อนและต้องใช้เวลา อาจจำเป็นต้องหาทนายความหรือผู้เชี่ยวชาญในเดนมาร์กเพื่อช่วยเหลือ หรือคุณสามารถเลือกที่จะแก้ไขข้อบกพร่องตามเหตุผลที่ถูกปฏิเสธ และยื่นคำร้องใหม่ในภายหลังได้ (แต่ต้องชำระค่าธรรมเนียมใหม่อีกครั้ง)

เมื่อได้รับอนุมัติวีซ่าแล้ว ต้องทำอย่างไรต่อ?
ขอแสดงความยินดีด้วย! หากคุณได้รับอนุมัติวีซ่าครอบครัวเดนมาร์กแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ:
- รับหนังสือเดินทางคืน: จาก VFS Global พร้อมเอกสารยืนยันการอนุมัติ หรือวีซ่าสติกเกอร์ (ขึ้นอยู่กับประเภท)
- เตรียมตัวเดินทาง: จองตั๋วเครื่องบิน จัดการเรื่องส่วนตัวต่างๆ ในประเทศไทย
- เดินทางเข้าประเทศเดนมาร์ก: ภายในระยะเวลาที่กำหนด (ถ้ามีระบุ)
- ลงทะเบียนและรับบัตร Residence Permit Card: หลังจากเดินทางถึงเดนมาร์ก คุณจะต้องไปติดต่อหน่วยงานท้องถิ่น (Kommune) เพื่อลงทะเบียนที่อยู่ และติดต่อ SIRI หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนัดหมายการถ่ายรูปและรับ บัตรประจำตัวผู้มีถิ่นที่อยู่ (Residence Permit Card) ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญในการพำนัก ทำงาน และใช้ชีวิตในเดนมาร์ก
- ปฏิบัติตามเงื่อนไข: รักษาคุณสมบัติและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตมีถิ่นที่อยู่ของคุณ เช่น การทำงาน การเรียนภาษาเดนมาร์ก (ถ้ามีข้อกำหนด) เพื่อให้สามารถต่ออายุวีซ่าได้ในอนาคต
บริการช่วยเหลือการยื่นวีซ่าครอบครัวเดนมาร์กจาก NYC Visa & Translation
อย่างที่คุณเห็น กระบวนการขอวีซ่าครอบครัวเดนมาร์กนั้นมีรายละเอียดซับซ้อน เอกสารมากมาย และเงื่อนไขที่ต้องทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ความผิดพลาดเล็กน้อยอาจนำไปสู่ความล่าช้าหรือการถูกปฏิเสธ ซึ่งส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางและค่าใช้จ่ายของคุณ
NYC Visa & Translation เข้าใจถึงความท้าทายเหล่านี้ เราจึงพร้อมให้บริการช่วยเหลือและให้คำปรึกษาในการยื่นขอวีซ่าครอบครัวเดนมาร์ก รวมถึงบริการแปลเอกสาร เพื่อให้กระบวนการของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น ถูกต้อง และเพิ่มโอกาสในการได้รับการอนุมัติวีซ่า
ทำไมต้องเลือกใช้บริการกับ NYC Visa & Translation?
- ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์: ทีมงานของเรามีความรู้และประสบการณ์ตรงในการดำเนินการเกี่ยวกับวีซ่าเดนมาร์กประเภทต่างๆ รวมถึงวีซ่าครอบครัว เราอัปเดตข้อมูลกฎระเบียบและแนวทางการพิจารณาอยู่เสมอ
- บริการแปลเอกสารครบวงจร: เรามีบริการแปลเอกสารที่จำเป็นสำหรับการยื่นวีซ่า รับรองความถูกต้อง แม่นยำ ตามมาตรฐานที่สถานทูตยอมรับ
- ลดความผิดพลาด: เราช่วยตรวจสอบเอกสารของคุณอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าครบถ้วน ถูกต้องตามข้อกำหนด ลดความเสี่ยงที่จะเกิดข้อผิดพลาด
- ประหยัดเวลาและความเครียด: ให้เราดูแลเรื่องเอกสาร การกรอกฟอร์ม และการประสานงานที่ซับซ้อน คุณจึงมีเวลาไปจัดการเรื่องส่วนตัวอื่นๆ และลดความกังวลในกระบวนการยื่นวีซ่า
- คำแนะนำเฉพาะบุคคล: เราให้คำปรึกษาและแนะนำแนวทางที่เหมาะสมกับสถานการณ์เฉพาะของคุณและผู้สนับสนุน
- บริการครบวงจร (ตามแพ็กเกจ): ตั้งแต่การให้คำปรึกษาเบื้องต้น การตรวจสอบเอกสาร การช่วยกรอกแบบฟอร์ม การเตรียมเอกสาร บริการแปลเอกสาร การจองคิวนัดหมายกับ VFS ไปจนถึงการติดตามสถานะ (ขอบเขตบริการขึ้นอยู่กับแพ็กเกจที่เลือก)
- ราคาเข้าถึงได้: บริการช่วยเหลือเบื้องต้นของเราเริ่มต้นเพียง 3,500 บาท! (สำหรับบริการตรวจสอบเอกสารและให้คำแนะนำเบื้องต้น) เรามีแพ็กเกจบริการหลากหลายให้เลือกตามความต้องการและงบประมาณของคุณ
บริการของเราครอบคลุมอะไรบ้าง
- ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับคุณสมบัติและเงื่อนไข
- จัดทำรายการเอกสารที่ต้องใช้ (Checklist) เฉพาะสำหรับเคสของคุณ
- บริการแปลเอกสารราชการและเอกสารอื่นๆ ที่จำเป็น
- ตรวจสอบความถูกต้องและความครบถ้วนของเอกสาร
- ให้คำแนะนำในการเตรียมเอกสารเพิ่มเติมที่อาจเป็นประโยชน์
- ช่วยเหลือในการกรอกแบบฟอร์มคำร้อง (Application Form)
- แนะนำเรื่องการรับรองเอกสารที่กรมการกงสุล
- ช่วยเหลือในการสร้าง Case Order ID และชำระค่าธรรมเนียม SIRI (ถ้าต้องการ)
- ดำเนินการจองคิวนัดหมายกับ VFS Global
- ให้คำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนการยื่นเอกสารที่ VFS
- ช่วยติดตามสถานะคำร้อง (ในขอบเขตที่ทำได้)
- ให้คำแนะนำหลังได้รับผลวีซ่า
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับวีซ่าครอบครัวเดนมาร์ก
Q1: วีซ่าครอบครัวเดนมาร์ก แตกต่างจากวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) อย่างไร?
A: วีซ่าครอบครัว (Family Reunification Residence Permit) เป็น ใบอนุญาตมีถิ่นที่อยู่ระยะยาว อนุญาตให้คุณพำนักในเดนมาร์กได้นานกว่า 90 วัน เพื่ออยู่กับครอบครัว และโดยทั่วไปจะให้สิทธิ์ทำงานหรือเรียนได้ ส่วนวีซ่าเชงเก้นเป็นวีซ่า ระยะสั้น (สูงสุด 90 วันภายใน 180 วัน) สำหรับการท่องเที่ยว เยี่ยมเยียน หรือธุรกิจระยะสั้น และ ไม่อนุญาต ให้ทำงาน
Q2: ถ้าได้วีซ่าครอบครัวแล้ว สามารถทำงานในเดนมาร์กได้เลยหรือไม่?
A: โดยทั่วไปแล้ว ใช่ ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตมีถิ่นที่อยู่เพื่อการรวมครอบครัว (คู่สมรส/คู่รัก/บุตร) มักจะได้รับสิทธิ์ในการทำงานในเดนมาร์กโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม ควรอ่านเงื่อนไขที่ระบุในใบอนุญาตของคุณให้ละเอียดอีกครั้งเมื่อได้รับแล้ว
Q3: จำเป็นต้องซื้อประกันสุขภาพก่อนยื่นวีซ่าหรือไม่?
A: สำหรับการยื่นขอใบอนุญาตมีถิ่นที่อยู่ระยะยาว โดยทั่วไป ไม่จำเป็นต้องมีประกันสุขภาพการเดินทาง เหมือนวีซ่าเชงเก้น อย่างไรก็ตาม เมื่อคุณเดินทางถึงและลงทะเบียนในเดนมาร์กแล้ว คุณจะเข้าสู่ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าของเดนมาร์ก แต่การมีประกันการเดินทางในช่วงสั้นๆ ตอนเดินทางเข้าประเทศครั้งแรกอาจเป็นประโยชน์ (ควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับ SIRI หรือ VFS)
Q4: ใบอนุญาตมีถิ่นที่อยู่ (Residence Permit) มีอายุนานเท่าไหร่? ต้องต่ออายุหรือไม่?
A: ใบอนุญาตมีถิ่นที่อยู่ครั้งแรกมักจะมีอายุ 1-2 ปี (ขึ้นอยู่กับสถานะของผู้สนับสนุนและเงื่อนไขอื่นๆ) และ สามารถต่ออายุได้ หากคุณและผู้สนับสนุนยังคงมีคุณสมบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด ณ เวลาที่ยื่นขอต่ออายุ การต่ออายุต้องยื่นเรื่องก่อนใบอนุญาตเดิมจะหมดอายุ
Q5: สามารถยื่นขอวีซ่าให้บุตรพร้อมกับตัวเอง (ในฐานะคู่สมรส) ได้หรือไม่?
A: ได้ คุณสามารถยื่นคำร้องขอวีซ่าครอบครัวสำหรับตัวคุณเอง (เช่น FA1) และสำหรับบุตร (เช่น FA6/7) ไปพร้อมๆ กันได้ โดยต้องเตรียมเอกสารสำหรับแต่ละคนให้ครบถ้วน และชำระค่าธรรมเนียมแยกกันสำหรับแต่ละใบสมัคร
Q6: ถ้าผู้สนับสนุนในเดนมาร์กเป็นนักเรียน สามารถขอวีซ่าครอบครัวติดตามได้หรือไม่?
A: อาจจะทำได้ แต่มีเงื่อนไขซับซ้อนมาก โดยทั่วไป นักเรียนต่างชาติในเดนมาร์กจะมีสิทธิ์นำครอบครัวติดตามได้ยากกว่าผู้ที่มีใบอนุญาตทำงานหรือถิ่นที่อยู่ถาวร มักจะมีข้อกำหนดด้านการเงินและระยะเวลาของหลักสูตรที่เข้มงวดมาก และอาจไม่สามารถนำคู่รักที่อยู่กินด้วยกัน (Cohabiting partner) ติดตามได้ จำเป็นต้องตรวจสอบเงื่อนไขเฉพาะสำหรับผู้ถือวีซ่านักเรียนกับ SIRI อย่างละเอียด
Q7: จะพิสูจน์ความสัมพันธ์แบบอยู่กินด้วยกัน (Cohabiting Partner) ได้อย่างไรให้น่าเชื่อถือ?
A: ต้องใช้หลักฐานที่หลากหลายและชัดเจนที่สุดเท่าที่จะทำได้ เช่น สัญญาเช่าร่วม, บัญชีธนาคารร่วม, บิลค่าสาธารณูปโภค, เอกสารราชการ, หลักฐานการเดินทาง, รูปถ่าย, จดหมายอธิบายความสัมพันธ์ สิ่งสำคัญคือต้องแสดงให้เห็นว่าได้อยู่ร่วมกันในที่อยู่เดียวกันอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1.5 – 2 ปี
Q8: จำเป็นต้องพูดภาษาเดนมาร์กได้ก่อนยื่นวีซ่าหรือไม่?
A: สำหรับผู้สมัคร ไม่จำเป็นต้องพูดภาษาเดนมาร์กได้ ในขั้นตอนการยื่นขอวีซ่าครั้งแรก อย่างไรก็ตาม ผู้สนับสนุน อาจมีข้อกำหนดด้านภาษา และเมื่อคุณพำนักในเดนมาร์กแล้ว คุณมักจะต้องเข้ารับการเรียนภาษาเดนมาร์กและอาจต้องผ่านการทดสอบเพื่อต่ออายุวีซ่าหรือขอถิ่นที่อยู่ถาวร
Q9: สามารถยื่นขอวีซ่าครอบครัวจากภายในประเทศเดนมาร์กได้หรือไม่ หากเดินทางไปด้วยวีซ่าท่องเที่ยว?
A: โดยทั่วไป ไม่ได้ กฎหลักคือผู้สมัครจะต้องยื่นขอใบอนุญาตมีถิ่นที่อยู่จากประเทศบ้านเกิด หรือประเทศที่ตนมีถิ่นที่อยู่ตามกฎหมาย ไม่สามารถ เปลี่ยนสถานะจากวีซ่าท่องเที่ยวเป็นวีซ่าครอบครัวขณะอยู่ในเดนมาร์กได้ (ยกเว้นกรณีพิเศษที่จำกัดมากๆ)

Q10: คำประกาศเกี่ยวกับการบูรณาการ (Declaration on Integration) คืออะไร?
A: เป็นเอกสารที่ผู้สมัครและผู้สนับสนุน (ในบางกรณี) ต้องลงนาม เพื่อยืนยันความเข้าใจและยินยอมที่จะมีส่วนร่วมในกระบวนการปรับตัวเข้ากับสังคมเดนมาร์ก เช่น การเรียนภาษา การทำความเข้าใจสังคมและตลาดแรงงาน
Q11: หากเอกสารเป็นภาษาอังกฤษอยู่แล้ว ต้องแปลอีกหรือไม่?
A: หากเอกสารต้นฉบับเป็นภาษาอังกฤษอยู่แล้ว โดยทั่วไป ไม่จำเป็นต้องแปล แต่ถ้าเป็นเอกสารภาษาไทย ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือเดนมาร์ก (ซึ่ง NYC Visa & Translation มีบริการนี้)
Q12: ต้องใช้บริการเอเจนซี่อย่าง NYC Visa & Translation หรือไม่ สามารถยื่นเองได้ไหม?
A: คุณ สามารถยื่นขอวีซ่าด้วยตนเองได้ หากมั่นใจว่าสามารถทำความเข้าใจข้อกำหนดและเตรียมเอกสารได้ครบถ้วนถูกต้อง อย่างไรก็ตาม หากคุณรู้สึกว่ากระบวนการซับซ้อน ไม่แน่ใจเรื่องเอกสาร หรือต้องการลดความเสี่ยงและความเครียด การใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญอย่าง NYC Visa & Translation จะช่วยให้คำแนะนำ ตรวจสอบเอกสาร ดูแลเรื่องการแปล และจัดการขั้นตอนต่างๆ ให้ราบรื่นขึ้น ด้วยค่าบริการเริ่มต้นเพียง 3,500 บาท ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อเพิ่มโอกาสสำเร็จและลดความกังวลใจ
บทสรุป
การขอวีซ่าครอบครัวเดนมาร์กในปี 2025 เป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความเข้าใจในเงื่อนไข การเตรียมเอกสารอย่างรอบคอบและครบถ้วน รวมถึงความอดทนในการรอผลการพิจารณา การศึกษาข้อมูลล่าสุดจาก SIRI และ VFS Global เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง และการเตรียมตัวที่ดีตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติวีซ่า
ไม่ว่าคุณจะยื่นในฐานะคู่สมรส คู่รักที่อยู่กินด้วยกัน หรือบุตร การพิสูจน์ความสัมพันธ์ที่แท้จริงและการที่ผู้สนับสนุนในเดนมาร์กมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ ถือเป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการ

หากคุณรู้สึกว่าขั้นตอนต่างๆ มีความซับซ้อน ต้องการความช่วยเหลือเรื่องการแปลเอกสาร หรือต้องการความมั่นใจในการเตรียมเอกสาร NYC Visa & Translation พร้อมเป็นผู้ช่วยและที่ปรึกษาของคุณ เรามีบริการที่หลากหลายในราคาที่เข้าถึงได้ เริ่มต้นเพียง 3,500 บาท เพื่อช่วยให้เส้นทางการเดินทางไปรวมครอบครัวที่เดนมาร์กของคุณเป็นจริงได้อย่างราบรื่น
ข้อมูลทั้งหมดนี้ เราได้รวบรวมขึ้นเพื่อเป็นแนวทางเบื้องต้น ณ เดือนเมษายน 2568 กฎระเบียบ ขั้นตอน ค่าธรรมเนียม และระยะเวลาในการพิจารณาวีซ่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาโดยหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองเดนมาร์ก (SIRI) และ VFS Global ผู้ยื่นคำร้องควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ SIRI (www.nyidanmark.dk), VFS Global Thailand และสถานทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย ก่อนดำเนินการยื่นขอวีซ่าเสมอ
บริการทุกจังหวัดในประเทศไทยและทุกประเทศทั่วโลก
บริษัท NYC VISA & TRANSLATION มีสาขาทั่วประเทศไทย ทำให้คุณสามารถเข้าถึงบริการขอวีซ่าประเทศต่าง ๆ ใกล้บ้านของคุณอย่างสะดวก ทั้งนี้เรายังสามารถยื่นขอวีซ่าทุกประเภท ยื่นได้ทุกประเทศจากทั่วทุกมุมโลก
หากคุณกำลังมองหาบริการรับยื่นวีซ่า รับทำวีซ่า ที่ครบวงจรและมีทีมงานมืออาชีพที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของประเทศ
ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเราที่ www.nycvisa.org
เรามีสาขาให้บริการกว่า 26 สาขาทั่วประเทศ เรายินดีให้ความช่วยเหลือคุณในขั้นตอนการขอวีซ่าของคุณและให้คำปรึกษาในทุกข้อสงสัยของคุณเกี่ยวกับวีซ่าทุกประเทศทั่วโลก
ติดต่อเรา
- NYC VISA & TRANSLATION
- ที่อยู่ : ที่อยู่สำหรับติดต่อ : 61 ซอยลาดพร้าว 95 (ปรางค์ทิพย์) แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310
- สาขาขอนแก่น (โครงการ The Wall) : ชั้น 2 โครงการ The Wall ถนนรื่นรมย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
- Facebook : NYC Visa and Translation NAATI Notary Public Service
- LINE OFFICIAL ID : @NYCV
- โทรศัพท์ : 083-2494999
- E-mail : contact@nycvisa.org
NYC Visa & Translation พร้อมให้บริการคุณในการดำเนินการขอวีซ่าทุกประเภทวีซ่า และทุกประเทศทั่วโลก พร้อมด้วยบริการแปลเอกสารทุกประเภท เรามุ่งมั่นที่จะให้บริการที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้ เพื่อให้คุณสามารถเดินทางไปยังจุดหมายได้อย่างราบรื่นและมั่นใจ เรายินดีให้บริการในกรุงเทพมหานคร และจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศไทย ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาและข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการของเราได้ทุกเมื่อ ทีมงานของเราพร้อมให้ความช่วยเหลือคุณในทุกขั้นตอนของการดำเนินการขอวีซ่าและการแปลเอกสาร
เขียนโดย






























ใส่ความเห็น