Table of Contents
- ทำความเข้าใจ “Permanent Visa” ในบริบทของเยอรมนี
- ยื่นวีซ่าเยอรมนี ประเภทพำนักระยะยาว (National Visa – Type D) ปี 2025 ที่ไหน?
- เอกสารที่ใช้ยื่นวีซ่าเยอรมนี ประเภทพำนักระยะยาว (National Visa – Type D) ปี 2025
- ขั้นตอนการยื่นวีซ่าเยอรมนี ประเภทพำนักระยะยาว (National Visa – Type D) ปี 2025
- ค่าใช้จ่ายในการขอวีซ่าเยอรมนี ประเภทพำนักระยะยาว (National Visa – Type D) ปี 2025
- จำนวนวันที่คาดว่าจะได้รับวีซ่า
- เส้นทางสู่การพำนักถาวร (Permanent Residency – Niederlassungserlaubnis) ในเยอรมนี
- ขอวีซ่าเยอรมนี ประเภทพำนักระยะยาว อย่างมั่นใจทุกขั้นตอน กับ NYC Visa&Translation
หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการพำนักระยะยาวในประเทศเยอรมนี ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การศึกษาต่อ การรวมญาติ หรือการเริ่มต้นธุรกิจ สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าเยอรมนี ไม่ได้มี “วีซ่าถาวร” หรือ “Permanent Visa” ที่สามารถยื่นขอได้โดยตรงจากต่างประเทศ แต่การขอ “พำนักถาวร” (Permanent Residency หรือ Niederlassungserlaubnis) นั้นเป็นสถานะที่ได้มาหลังจากที่คุณได้พำนักอย่างถูกกฎหมายในเยอรมนีภายใต้วัตถุประสงค์ระยะยาวอื่นๆ (ผ่าน วีซ่าประเภทพำนักระยะยาว หรือ National Visa – Type D) เป็นระยะเวลาหนึ่ง และมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนด

บทความนี้จะให้ข้อมูลที่ถูกต้องและอัปเดตสำหรับปี 2025 เกี่ยวกับวิธียื่นขอ วีซ่าประเภทพำนักระยะยาว (National Visa – Type D) ซึ่งเป็นประตูสู่การพำนักในเยอรมนี และเส้นทางสู่การพำนักถาวรในอนาคต
ทำความเข้าใจ “Permanent Visa” ในบริบทของเยอรมนี
อย่างที่กล่าวไปข้างต้น เยอรมนีไม่มี “Permanent Visa” ที่คุณสามารถยื่นขอได้โดยตรงจากประเทศไทยเพื่อรับสถานะพำนักถาวรทันที กระบวนการนี้แบ่งเป็นสองขั้นตอนหลัก:
- การขอวีซ่าประเภทพำนักระยะยาว (National Visa – Type D):
- นี่คือวีซ่าที่คุณต้องยื่นขอจากสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีในประเทศไทย (ผ่าน VFS Global) เพื่อเดินทางเข้าเยอรมนีด้วยวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนและต้องการพำนักเกิน 90 วัน
- วีซ่าประเภท D นี้จะอนุญาตให้คุณเดินทางเข้าเยอรมนีและพำนักได้ในช่วงแรก (มักจะ 3-6 เดือน)
- ตัวอย่างวัตถุประสงค์ของวีซ่า National Visa (Type D) ได้แก่:
- วีซ่าทำงาน (Employment Visa): สำหรับผู้ที่ได้รับการเสนอตำแหน่งงานในเยอรมนี รวมถึงวีซ่า EU Blue Card
- วีซ่านักเรียน (Student Visa): สำหรับการศึกษาในมหาวิทยาลัย หรือหลักสูตรภาษาเพื่อเตรียมเข้ามหาวิทยาลัย
- วีซ่ารวมญาติ (Family Reunification Visa): สำหรับการย้ายไปอยู่กับคู่สมรส บุตร หรือพ่อแม่ในเยอรมนี
- วีซ่าฟรีแลนซ์/ประกอบอาชีพอิสระ (Freelancer/Self-Employment Visa): สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจหรือทำงานอิสระในเยอรมนี
- วีซ่าสมัครงาน (Job Seeker Visa): สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปเยอรมนีเพื่อหางาน (มีเงื่อนไขจำกัด)
- วีซ่าฝึกอบรม/อาชีวศึกษา (Vocational Training Visa)
- การขอใบอนุญาตพำนักถาวร (Permanent Residence Permit – Niederlassungserlaubnis) ในเยอรมนี:
- นี่คือสถานะที่คุณสามารถยื่นขอได้ หลังจากที่คุณได้พำนักอยู่ในเยอรมนีอย่างถูกกฎหมายภายใต้ใบอนุญาตพำนักชั่วคราว (Aufenthaltserlaubnis) ที่ออกให้โดยสำนักงานคนต่างด้าว (Ausländerbehörde) เป็นระยะเวลาหนึ่ง และมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดต่างๆ
- ระยะเวลาที่ต้องพำนักก่อนจะยื่นขอสถานะถาวรได้ แตกต่างกันไปตามประเภทของใบอนุญาตพำนักชั่วคราวที่คุณถืออยู่ (เช่น 21 เดือนสำหรับผู้ถือ EU Blue Card บางกรณี, 2-4 ปีสำหรับผู้ทำงานทั่วไป, 3-5 ปีสำหรับการรวมญาติ, 3 ปีสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ)
- การขอใบอนุญาตพำนักถาวรนี้ ต้องดำเนินการในเยอรมนี ณ สำนักงานคนต่างด้าว (Ausländerbehörde) ในเมืองที่คุณพำนัก

ยื่นวีซ่าเยอรมนี ประเภทพำนักระยะยาว (National Visa – Type D) ปี 2025 ที่ไหน?
สำหรับพลเมืองไทยที่พำนักอยู่ในประเทศไทย การยื่นคำร้องขอ วีซ่าประเภทพำนักระยะยาว (National Visa – Type D) จะต้องดำเนินการผ่าน ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า VFS Global ในประเทศไทย ซึ่งเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการของสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย
- ที่อยู่ของ VFS Global สำหรับเยอรมนีในกรุงเทพฯ:
- ที่ตั้งปัจจุบัน: อาคารจามจุรี สแควร์ ชั้น 4 ยูนิตที่ 404-405 ถนนพญาไท แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 (โปรดตรวจสอบที่อยู่และข้อมูลติดต่อล่าสุดจากเว็บไซต์ VFS Global โดยตรงก่อนเดินทาง)
- การนัดหมาย: คุณจำเป็นต้องทำการนัดหมายล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ของ VFS Global เท่านั้น ไม่สามารถ Walk-in เข้าไปยื่นเอกสารได้ เนื่องจากวีซ่าประเภท D มีความซับซ้อนและใช้เวลานัดหมายนาน ควรนัดหมายทันทีที่เอกสารสำคัญครบถ้วน
- เขตอำนาจศาล: สถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำกรุงเทพฯ มีเขตอำนาจศาลครอบคลุมประเทศไทยเท่านั้น
เอกสารที่ใช้ยื่นวีซ่าเยอรมนี ประเภทพำนักระยะยาว (National Visa – Type D) ปี 2025
เอกสารที่จำเป็นสำหรับการขอวีซ่าประเภท National Visa (Type D) จะแตกต่างกันไปอย่างมาก ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์หลักของการพำนักระยะยาวของคุณ (เช่น ทำงาน, เรียน, รวมญาติ, ธุรกิจ) อย่างไรก็ตาม มีเอกสารพื้นฐานทั่วไปที่ต้องใช้ และเอกสารเฉพาะสำหรับแต่ละประเภทวีซ่า
เอกสารทุกฉบับที่เป็นภาษาไทย ต้องได้รับการแปลเป็นภาษาเยอรมัน หรือภาษาอังกฤษ โดยนักแปลที่ได้รับการรับรอง และเอกสารสำคัญ เช่น ทะเบียนสมรส สูติบัตร วุฒิการศึกษา จะต้องผ่านกระบวนการรับรองเอกสาร (Legalization) จากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศของไทย และจากสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทยด้วย (ขั้นตอนนี้ใช้เวลานานมาก โปรดเตรียมตัวล่วงหน้าหลายเดือน)
เอกสารพื้นฐานทั่วไป (สำหรับทุกวัตถุประสงค์ของ National Visa – Type D):
- แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่าพำนักระยะยาว (National Visa Application Form):
- กรอกข้อมูลออนไลน์ให้ครบถ้วนผ่านเว็บไซต์ VIDEX ของสถานทูตเยอรมนี: https://videx.diplo.de/
- พิมพ์ออกมาและลงลายเซ็นด้วยตัวเอง 2 ชุด
- หนังสือเดินทาง (Passport):
- ตัวจริง มีอายุเหลือใช้งานนานกว่าระยะเวลาที่คุณวางแผนจะพำนักในเยอรมนี อย่างน้อย 6 เดือน หลังจากวันเดินทางออกจากเยอรมนีที่คาดไว้ และครอบคลุมระยะเวลาของวีซ่า
- มีหน้าว่างสำหรับติดวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้า ติดต่อกัน
- ออกให้ภายใน 10 ปีที่ผ่านมา และไม่มีรอยแก้ไขหรือชำรุด
- พร้อมสำเนาหน้าแรกที่มีข้อมูลส่วนตัว และสำเนาหน้าที่มีตราประทับวีซ่าเชงเก้น หรือตราประทับการเดินทางเข้า-ออกประเทศต่างๆ ทั้งหมด (ถ้ามี) 2 ชุด
- รูปถ่ายสี:
- ขนาด 3.5 x 4.5 ซม. จำนวน 3 ใบ
- ฉากหลังสีขาว ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน มองเห็นใบหน้าชัดเจน ไม่สวมหมวกหรือแว่นตาดำ (ตามมาตรฐานรูปถ่ายวีซ่าเยอรมนี)
- จดหมายแรงจูงใจ (Motivation Letter – Motivationsschreiben):
- เขียนอธิบายเป็นภาษาเยอรมัน หรืออังกฤษ ว่าทำไมคุณถึงต้องการเดินทางไปเยอรมนี, วัตถุประสงค์ที่ชัดเจน, แผนการในอนาคตในเยอรมนี และความเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของคุณ
- ประวัติย่อ (Curriculum Vitae – Lebenslauf):
- ประวัติส่วนตัว การศึกษา และประสบการณ์ทำงาน/กิจกรรมต่างๆ (เป็นภาษาเยอรมัน หรืออังกฤษ)
- ประกันสุขภาพ (Travel Health Insurance):
- กรมธรรม์ประกันสุขภาพที่ครอบคลุมการเดินทางเข้าเยอรมนี (และเขตเชงเก้น) ในช่วง 3 เดือนแรกของการพำนัก วงเงินคุ้มครองขั้นต่ำ 30,000 ยูโร
- สำคัญ: เมื่อเดินทางถึงเยอรมนี คุณจะต้องสมัครประกันสุขภาพที่ถูกต้องตามกฎหมายของเยอรมนี (Public หรือ Private Health Insurance) ตามเงื่อนไขของสถานะคุณ
- สำเนาเอกสารส่วนตัวที่ต้องผ่านการรับรอง (Legalization):
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- สำเนาสูติบัตร
- สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี)
- สำเนาทะเบียนสมรส (ถ้ามี)
- กระบวนการ Legalization: เอกสารเหล่านี้ต้องผ่านการแปลเป็นภาษาเยอรมัน/อังกฤษ และนำไปรับรองที่กรมการกงสุลฯ (กระทรวงการต่างประเทศของไทย) ก่อนที่จะนำไปรับรองซ้ำที่สถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีในกรุงเทพฯ
เอกสารเฉพาะเพิ่มเติม (ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของ National Visa – Type D)
- วีซ่าทำงาน (Employment Visa):
- สัญญาจ้างงาน (Employment Contract): จากนายจ้างในเยอรมนี ระบุตำแหน่ง เงินเดือน ระยะเวลา
- หลักฐานคุณวุฒิการศึกษา/ประสบการณ์ทำงาน: ที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงาน (พร้อมแปลและรับรอง)
- ใบรับรองผลสอบภาษาเยอรมัน: หากจำเป็นสำหรับตำแหน่งงาน (ส่วนใหญ่ระดับ B1/B2)
- วีซ่านักเรียน (Student Visa):
- จดหมายตอบรับจากสถาบันการศึกษา (Zulassungsbescheid): จากมหาวิทยาลัย/โรงเรียนภาษา
- หลักฐานทางการเงิน (Sperrkonto/Blocked Account): แสดงเงินจำนวน 11,208 ยูโรต่อปี (สำหรับ 2025 อาจมีการปรับเปลี่ยน) หรือหลักฐานทุนการศึกษา
- ใบรับรองผลสอบภาษาเยอรมัน/อังกฤษ: ตามข้อกำหนดของหลักสูตร (เช่น TestDaF, Goethe, IELTS, TOEFL)
- วีซ่ารวมญาติ (Family Reunification Visa):
- เอกสารจากผู้ที่พำนักในเยอรมนี: สำเนาพาสปอร์ต/บัตรประชาชนเยอรมัน/ใบอนุญาตพำนัก, หลักฐานรายได้เพียงพอ, หลักฐานที่พักเพียงพอ
- หลักฐานความสัมพันธ์: ทะเบียนสมรส/สูติบัตร (ที่ผ่านการ Legalization)
- ใบรับรองผลสอบภาษาเยอรมัน A1: สำหรับคู่สมรส (โดยทั่วไป)
- วีซ่าฟรีแลนซ์/ประกอบอาชีพอิสระ (Freelancer/Self-Employment Visa):
- แผนธุรกิจ (Business Plan): โดยละเอียด แสดงแนวคิด ความเป็นไปได้ทางการเงิน และผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจเยอรมนี
- หลักฐานทางการเงิน: เพื่อพิสูจน์เงินลงทุนเริ่มต้นและความสามารถในการเลี้ยงชีพ
- ประวัติผลงาน/ประสบการณ์: ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ
ข้อควรจำอย่างยิ่ง: รายการเอกสารที่ระบุนี้เป็นเพียงแนวทางทั่วไป โปรดตรวจสอบรายการเอกสารที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุดจากเว็บไซต์ของสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย และ VFS Global โดยละเอียดอยู่เสมอ เนื่องจากข้อกำหนดอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา และแต่ละกรณีอาจมีเอกสารเพิ่มเติมที่ต้องใช้

ขั้นตอนการยื่นวีซ่าเยอรมนี ประเภทพำนักระยะยาว (National Visa – Type D) ปี 2025
กระบวนการขอวีซ่าประเภท D ค่อนข้างซับซ้อนและใช้เวลานาน:
- เตรียมเอกสารสำคัญที่ต้องผ่าน Legalization แต่เนิ่นๆ:
- ขั้นตอนนี้ใช้เวลานานที่สุด คุณต้องนำเอกสารไปแปล รับรองจากกรมการกงสุลฯ และสุดท้ายคือรับรองจากสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนี (Legalization) ซึ่งอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน
- ดำเนินการตามวัตถุประสงค์หลัก:
- สำหรับวีซ่าทำงาน: ต้องได้รับการเสนอตำแหน่งงานและสัญญาจ้างจากนายจ้างในเยอรมนีก่อน
- สำหรับวีซ่านักเรียน: ต้องได้รับการตอบรับจากสถาบันการศึกษาและดำเนินการเรื่องหลักฐานทางการเงิน (บัญชีบล็อก) ให้เรียบร้อย
- สำหรับวีซ่ารวมญาติ: ผู้ที่พำนักในเยอรมนีต้องเตรียมเอกสารพิสูจน์รายได้และที่พักที่เพียงพอ และคุณต้องสอบภาษา A1 ให้ผ่าน
- สำหรับวีซ่าฟรีแลนซ์/ธุรกิจ: ต้องจัดทำแผนธุรกิจและเตรียมหลักฐานทางการเงิน
- รวบรวมและจัดเตรียมเอกสารอื่นๆ ทั้งหมด:
- ตรวจสอบ Checklist ของ VFS Global ที่ตรงกับวัตถุประสงค์วีซ่าของคุณ และเตรียมเอกสารทั้งหมด (ทั้งตัวจริงและสำเนาตามจำนวนที่กำหนด)
- กรอกแบบฟอร์มคำร้องออนไลน์ (VIDEX):
- เข้าสู่เว็บไซต์ VIDEX และกรอกแบบฟอร์มให้ครบถ้วนและถูกต้อง พิมพ์ออกมา 2 ชุดพร้อมลงลายเซ็น
- นัดหมายกับ VFS Global:
- เข้าสู่เว็บไซต์ VFS Global สำหรับเยอรมนี ทำการลงทะเบียนและนัดหมายวันและเวลาสำหรับยื่นเอกสาร
- ควรนัดหมายทันทีที่มีเอกสารสำคัญครบถ้วน (โดยเฉพาะเอกสาร Legalized และหลักฐานตามวัตถุประสงค์วีซ่า) เนื่องจากคิวอาจเต็มยาวนาน
- เดินทางไปยื่นเอกสารที่ VFS Global:
- ในวันนัดหมาย ให้ไปถึงศูนย์ VFS Global ก่อนเวลาเล็กน้อย
- ยื่นเอกสารทั้งหมด (ทั้งตัวจริงและสำเนาตามที่กำหนด) ให้กับเจ้าหน้าที่
- รับการสัมภาษณ์เบื้องต้น (อาจมี)
- เก็บข้อมูลไบโอเมตริกซ์ (ลายนิ้วมือ 10 นิ้วและรูปถ่าย)
- ชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าและค่าบริการ VFS Global
- รอผลการพิจารณา:
- สถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีจะเป็นผู้พิจารณาคำร้องของคุณ ซึ่งอาจมีการประสานงานกับหน่วยงานในเยอรมนี (เช่น สำนักงานคนต่างด้าว Ausländerbehörde, สำนักงานจัดหางาน Bundesagentur für Arbeit) ด้วย
- คุณสามารถติดตามสถานะได้ผ่านระบบติดตามออนไลน์ของ VFS Global
- รับหนังสือเดินทางคืน:
- เมื่อสถานทูตพิจารณาเสร็จสิ้น คุณจะได้รับการแจ้งเตือนให้ไปรับหนังสือเดินทางคืนที่ศูนย์ VFS Global หรือจัดส่งทางไปรษณีย์
ค่าใช้จ่ายในการขอวีซ่าเยอรมนี ประเภทพำนักระยะยาว (National Visa – Type D) ปี 2025
ค่าใช้จ่ายในการขอวีซ่าประเภท D ประกอบด้วย:
- ค่าธรรมเนียมวีซ่า (Visa Fee):
- สำหรับวีซ่า National Visa (Type D) โดยทั่วไปประมาณ 75 ยูโร (EUR) (ประมาณ 2,900 – 3,000 บาท ณ อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน)
- สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ในบางกรณี อาจได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมหรือเสียค่าธรรมเนียมลดลง
- สำคัญ: ค่าธรรมเนียมนี้ชำระเป็นเงินบาทไทย ไม่สามารถขอคืนได้
- ค่าบริการของ VFS Global (Service Fee):
- เป็นค่าธรรมเนียมในการจัดการและประมวลผลคำร้อง
- อัตราค่าบริการจะอยู่ที่ประมาณ 800 – 900 บาท (โปรดตรวจสอบอัตราล่าสุดจากเว็บไซต์ VFS Global โดยตรง)
- ค่าใช้จ่ายสำหรับการแปลและรับรองเอกสาร (Legalization):
- ค่าแปลเอกสาร: ขึ้นอยู่กับจำนวนและประเภทของเอกสารที่ต้องแปล (อาจมีตั้งแต่หลักร้อยถึงหลายพันบาทต่อหน้า)
- ค่ารับรองเอกสารจากกรมการกงสุลฯ: 200 บาทต่อเอกสาร
- ค่ารับรองเอกสารจากสถานทูตเยอรมนี (Legalization): มีค่าธรรมเนียมต่อเอกสาร (ตรวจสอบจากเว็บไซต์สถานทูตเยอรมนีสำหรับอัตราที่แน่นอน)
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์วีซ่า):
- ค่าสอบวัดระดับภาษา: หากคุณยังไม่มีผลสอบภาษาที่ต้องการ (เช่น Goethe, TestDaF, IELTS, TOEFL)
- ค่าใช้จ่ายในการแสดงหลักฐานทางการเงิน: เช่น ค่าธรรมเนียมการเปิดบัญชีบล็อก (Sperrkonto) หรือการโอนเงินเข้าบัญชี
- ค่าประกันภัยการเดินทาง (สำหรับช่วงแรก): ขึ้นอยู่กับแผนประกันและระยะเวลาคุ้มครอง
- ค่าจัดส่งหนังสือเดินทางคืนทางไปรษณีย์: หากเลือกใช้บริการนี้ (ประมาณ 200-300 บาท)
สรุปค่าใช้จ่ายหลักโดยประมาณ: ค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าและ VFS Global ประมาณ 3,700 – 3,900 บาท ยังไม่รวม ค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่สำหรับค่าแปลและรับรองเอกสาร (Legalization) ซึ่งอาจมีหลายพันถึงหมื่นบาท รวมถึงค่าเรียน/สอบภาษา หรือค่าใช้จ่ายในการแสดงหลักฐานทางการเงินเฉพาะประเภทวีซ่า ทำให้ค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมดอาจสูงถึงหลักหมื่นบาทขึ้นไป
จำนวนวันที่คาดว่าจะได้รับวีซ่า
กระบวนการพิจารณาวีซ่าประเภทพำนักระยะยาว (National Visa – Type D) ใช้เวลานานกว่าวีซ่าท่องเที่ยวเชงเก้นอย่างมาก เนื่องจากมีความซับซ้อนและต้องมีการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด:
- ระยะเวลาพิจารณาคำร้อง: โดยทั่วไปประมาณ 6-12 สัปดาห์ (ประมาณ 1.5 – 3 เดือน) นับจากวันที่ยื่นเอกสารครบถ้วนที่ VFS Global
- ในบางกรณี โดยเฉพาะวีซ่าทำงาน วีซ่ารวมญาติ หรือวีซ่าประกอบอาชีพอิสระ อาจใช้เวลานานกว่า 3 เดือน หรือสูงสุดถึง 6 เดือน หากมีข้อสงสัย ต้องการเอกสารเพิ่มเติม มีการประสานงานกับหน่วยงานในเยอรมนีล่าช้า หรือเป็นช่วงที่มีคำร้องจำนวนมาก
- ข้อแนะนำที่สำคัญที่สุด: ควรยื่นคำร้องขอวีซ่าล่วงหน้าอย่างน้อย 3-6 เดือน ก่อนวันเดินทางที่วางแผนไว้ เพื่อให้มีเวลาเพียงพอสำหรับการพิจารณา และจัดการกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้น เช่น การขอเอกสารเพิ่มเติม หรือการแก้ไขข้อผิดพลาด ห้ามซื้อตั๋วเครื่องบินจนกว่าจะได้รับวีซ่า

เส้นทางสู่การพำนักถาวร (Permanent Residency – Niederlassungserlaubnis) ในเยอรมนี
การได้รับวีซ่าประเภท D เป็นเพียงประตูสู่การเริ่มต้นชีวิตในเยอรมนี เมื่อคุณเดินทางถึงแล้ว คุณจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนสำคัญในเยอรมนี:
- ลงทะเบียนที่อยู่ (Anmeldung): ภายใน 1-2 สัปดาห์แรกหลังจากเดินทางถึงเยอรมนี คุณจะต้องลงทะเบียนที่อยู่กับสำนักงานทะเบียนราษฎร (Bürgeramt หรือ Einwohnermeldeamt)
- ทำประกันสุขภาพของเยอรมนี: คุณจะต้องสมัครประกันสุขภาพ (Public หรือ Private Health Insurance) ตามประเภทและเงื่อนไขของสถานะคุณ
- ยื่นขอใบอนุญาตพำนักชั่วคราว (Residence Permit – Aufenthaltserlaubnis): ก่อนที่วีซ่าประเภท D จะหมดอายุ (มักมีอายุ 3-6 เดือน) คุณจะต้องยื่นเรื่องขอใบอนุญาตพำนัก (Residence Permit) กับสำนักงานคนต่างด้าว (Ausländerbehörde) ในเมืองที่คุณพำนัก ซึ่งใบอนุญาตนี้จะออกให้ตามวัตถุประสงค์ของคุณ (เช่น ใบอนุญาตทำงาน, ใบอนุญาตนักเรียน, ใบอนุญาตรวมญาติ) และมีอายุจำกัด
- คุณสมบัติสำหรับการพำนักถาวร (Niederlassungserlaubnis):
- หลังจากที่คุณพำนักอย่างถูกกฎหมายในเยอรมนีภายใต้ใบอนุญาตพำนักชั่วคราวเป็นระยะเวลาที่กำหนด (ขึ้นอยู่กับประเภทของใบอนุญาตพำนัก เช่น 21 เดือนสำหรับ Blue Card, 2-4 ปีสำหรับผู้ทำงานทั่วไป, 3-5 ปีสำหรับการรวมญาติ)
- คุณจะต้องมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์เพิ่มเติมเหล่านี้:
- ความสามารถทางภาษาเยอรมัน: โดยทั่วไปคือระดับ B1 (หรือ A1/A2 สำหรับบางกรณี เช่น การรวมญาติกับพลเมืองเยอรมัน)
- ความสามารถในการเลี้ยงชีพตนเอง: มีรายได้เพียงพอและสม่ำเสมอ โดยไม่พึ่งพาสวัสดิการของรัฐ
- มีที่พักเพียงพอและเหมาะสม
- มีเงินสมทบกองทุนบำนาญของเยอรมนี: ตามระยะเวลาที่กำหนด (เช่น 60 เดือนสำหรับผู้ทำงาน)
- ไม่มีประวัติอาชญากรรม
- มีความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย สังคม และสภาพความเป็นอยู่ของเยอรมนี: โดยมักจะต้องผ่านการทดสอบ “Life in Germany” (Einbürgerungstest)

ขอวีซ่าเยอรมนี ประเภทพำนักระยะยาว อย่างมั่นใจทุกขั้นตอน กับ NYC Visa&Translation
การขอวีซ่าเยอรมนีประเภทพำนักระยะยาวเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน ต้องอาศัยความเข้าใจในข้อกำหนดที่หลากหลาย และการเตรียมเอกสารอย่างละเอียดรอบคอบ หากคุณต้องการความช่วยเหลือเพื่อให้กระบวนการนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและลดความกังวล
NYC Visa&Translation พร้อมเป็นผู้ช่วยมืออาชีพของคุณ เรามีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาและบริการด้านวีซ่า เพื่อให้การขอวีซ่าเยอรมนีประเภทพำนักระยะยาวของคุณเป็นไปอย่างถูกต้องและเพิ่มโอกาสในการอนุมัติ
บริการของเราครอบคลุม
- ให้คำปรึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับวัตถุประสงค์วีซ่าประเภท National Visa (Type D) ที่เหมาะสมกับคุณ และเส้นทางสู่การพำนักถาวร
- ตรวจสอบความถูกต้องและจัดเตรียมรายการเอกสารที่จำเป็นสำหรับเคสของคุณอย่างละเอียด
- ช่วยเหลือในการกรอกแบบฟอร์มคำร้องวีซ่าออนไลน์ (VIDEX)
- บริการแปลเอกสารสำคัญต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้ (พร้อมรับรองการแปล หากต้องการ)
- ให้คำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนการรับรองเอกสาร (Legalization) จากกรมการกงสุลฯ และสถานทูตเยอรมนี
- ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเตรียมหลักฐานทางการเงิน ประกันสุขภาพ และเอกสารเฉพาะทางตามวัตถุประสงค์วีซ่าของคุณ
- ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเตรียมตัวสำหรับการยื่นเอกสารที่ VFS Global และขั้นตอนการดำเนินการเมื่อเดินทางถึงเยอรมนี
ค่าบริการของเราเริ่มต้นเพียง 8,000 บาท (ไม่รวมค่าธรรมเนียมวีซ่า ค่าบริการ VFS Global ค่าแปลเอกสาร ค่าธรรมเนียม Legalization ค่าเรียน/สอบภาษา และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง) ราคาจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของเคสและบริการเสริมที่คุณต้องการ
ให้ NYC Visa&Translation ช่วยให้เส้นทางการพำนักระยะยาวในเยอรมนีของคุณเริ่มต้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการขอวีซ่าเยอรมนี ประเภทพำนักระยะยาว (National Visa – Type D) (FAQ)
- เยอรมนีมี “Permanent Visa” ที่สามารถยื่นได้โดยตรงจากประเทศไทยหรือไม่?
- ไม่มี คุณจะต้องเริ่มต้นด้วยการขอ วีซ่าประเภทพำนักระยะยาว (National Visa – Type D) สำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะ (เช่น ทำงาน, เรียน, รวมญาติ) และหลังจากพำนักในเยอรมนีตามเงื่อนไขที่กำหนด จึงจะสามารถยื่นขอ ใบอนุญาตพำนักถาวร (Niederlassungserlaubnis) ได้ในเยอรมนี
- วีซ่าประเภท National Visa (Type D) คืออะไร?
- เป็นวีซ่าสำหรับผู้ที่ต้องการพำนักในเยอรมนีเกิน 90 วัน เพื่อวัตถุประสงค์ระยะยาว เช่น การทำงาน การศึกษา การรวมญาติ การประกอบอาชีพอิสระ หรือการวิจัย
- สามารถยื่นวีซ่า National Visa (Type D) ได้ที่ไหนในประเทศไทย?
- คุณต้องยื่นคำร้องผ่านศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า VFS Global ในกรุงเทพฯ
- เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมสำหรับการขอ National Visa (Type D) คืออะไร?
- นอกเหนือจากเอกสารพื้นฐาน (พาสปอร์ต, รูปถ่าย, แบบฟอร์ม) คุณจะต้องมีเอกสารพิสูจน์วัตถุประสงค์การเดินทางที่ชัดเจน (เช่น สัญญาจ้างงาน, จดหมายตอบรับจากมหาวิทยาลัย, เอกสารพิสูจน์ความสัมพันธ์) และหลักฐานทางการเงินที่เพียงพอ
- เอกสารภาษาไทยต้องแปลเป็นภาษาเยอรมัน/อังกฤษ และเอกสารสำคัญต้องผ่านกระบวนการ Legalization (รับรองจากกรมการกงสุลฯ และสถานทูตเยอรมนี)

- ค่าธรรมเนียมวีซ่า National Visa (Type D) เท่าไหร่?
- โดยทั่วไปประมาณ 75 ยูโร (ประมาณ 2,900 – 3,000 บาท) ไม่รวมค่าบริการ VFS Global และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมเอกสาร
- ใช้เวลานานเท่าไหร่ในการพิจารณาวีซ่า National Visa (Type D)?
- โดยทั่วไปประมาณ 6-12 สัปดาห์ (1.5 – 3 เดือน) แต่อาจใช้เวลานานกว่านั้นได้ถึง 6 เดือนขึ้นไปในบางกรณี ควรยื่นล่วงหน้า 3-6 เดือน
- ต้องสแกนลายนิ้วมือไหม?
- ใช่ ผู้ขอวีซ่าทุกคนที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป ต้องสแกนลายนิ้วมือ (ข้อมูลไบโอเมตริกซ์)
- หลังจากได้รับ National Visa (Type D) และเดินทางถึงเยอรมนีแล้ว ต้องทำอะไรต่อ?
- คุณจะต้อง ลงทะเบียนที่อยู่ กับหน่วยงานราชการท้องถิ่น, ทำประกันสุขภาพเยอรมัน, และ ยื่นขอใบอนุญาตพำนักชั่วคราว (Aufenthaltserlaubnis) กับสำนักงานคนต่างด้าว (Ausländerbehörde) ในเยอรมนี
- ต้องพำนักอยู่ในเยอรมนีนานแค่ไหนจึงจะยื่นขอสถานะพำนักถาวร (Niederlassungserlaubnis) ได้?
- ระยะเวลาแตกต่างกันไปตามประเภทของใบอนุญาตพำนักชั่วคราวที่คุณถืออยู่ เช่น 21 เดือนสำหรับผู้ถือ EU Blue Card บางกรณี, 2-4 ปีสำหรับผู้ทำงานทั่วไป, 3-5 ปีสำหรับการรวมญาติ
- จำเป็นต้องมีความรู้ภาษาเยอรมันเพื่อขอสถานะพำนักถาวรหรือไม่?
- ใช่ โดยทั่วไปแล้วจะต้องมีความรู้ภาษาเยอรมันระดับ B1 และผ่านการทดสอบ “Life in Germany” (Einbürgerungstest) สำหรับบางกรณี เช่น การรวมญาติ อาจผ่อนปรนเหลือ A1/A2
- สามารถทำงานในเยอรมนีได้ทันทีที่ได้รับ National Visa (Type D) หรือไม่?
- ขึ้นอยู่กับประเภทของ National Visa ที่คุณได้รับ หากเป็นวีซ่าทำงาน ก็สามารถทำงานได้ทันทีที่เดินทางถึง แต่ถ้าเป็นวีซ่านักเรียน จะมีข้อจำกัดเรื่องชั่วโมงการทำงาน
- หากถูกปฏิเสธวีซ่า National Visa (Type D) สามารถอุทธรณ์ได้หรือไม่?
- ได้ คุณมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ (Remonstration) ต่อสถานทูตเยอรมนีได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดหลังจากได้รับจดหมายปฏิเสธ โดยต้องมีเหตุผลและหลักฐานใหม่ที่น่าเชื่อถือ
บริการทุกจังหวัดในประเทศไทยและทุกประเทศทั่วโลก
บริษัท NYC VISA & TRANSLATION มีสาขาทั่วประเทศไทย ทำให้คุณสามารถเข้าถึงบริการขอวีซ่าประเทศต่าง ๆ ใกล้บ้านของคุณอย่างสะดวก ทั้งนี้เรายังสามารถยื่นขอวีซ่าทุกประเภท ยื่นได้ทุกประเทศจากทั่วทุกมุมโลก
หากคุณกำลังมองหาบริการรับยื่นวีซ่า รับทำวีซ่า ที่ครบวงจรและมีทีมงานมืออาชีพที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของประเทศ
ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเราที่ www.nycvisa.org
เรามีสาขาให้บริการกว่า 26 สาขาทั่วประเทศ เรายินดีให้ความช่วยเหลือคุณในขั้นตอนการขอวีซ่าของคุณและให้คำปรึกษาในทุกข้อสงสัยของคุณเกี่ยวกับวีซ่าทุกประเทศทั่วโลก
ติดต่อเรา
- NYC VISA & TRANSLATION
- ที่อยู่ : ที่อยู่สำหรับติดต่อ : 61 ซอยลาดพร้าว 95 (ปรางค์ทิพย์) แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310
- สาขาขอนแก่น (โครงการ The Wall) : ชั้น 2 โครงการ The Wall ถนนรื่นรมย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
- Facebook : NYC Visa and Translation NAATI Notary Public Service
- LINE OFFICIAL ID : @NYCV
- โทรศัพท์ : 083-2494999
- E-mail : contact@nycvisa.org
NYC Visa & Translation พร้อมให้บริการคุณในการดำเนินการขอวีซ่าทุกประเภทวีซ่า และทุกประเทศทั่วโลก พร้อมด้วยบริการแปลเอกสารทุกประเภท เรามุ่งมั่นที่จะให้บริการที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้ เพื่อให้คุณสามารถเดินทางไปยังจุดหมายได้อย่างราบรื่นและมั่นใจ เรายินดีให้บริการในกรุงเทพมหานคร และจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศไทย ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาและข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการของเราได้ทุกเมื่อ ทีมงานของเราพร้อมให้ความช่วยเหลือคุณในทุกขั้นตอนของการดำเนินการขอวีซ่าและการแปลเอกสาร
เขียนโดย






























ใส่ความเห็น