Table of Contents
- ใครบ้างที่ต้องขอวีซ่าเยอรมนี ประเภทวีซ่าครอบครัวสำหรับพลเมืองไทย?
- ยื่นวีซ่าเยอรมนี ประเภทวีซ่าครอบครัว ปี 2025 ที่ไหน?
- เอกสารที่ใช้ยื่นวีซ่าเยอรมนี ประเภทวีซ่าครอบครัว ปี 2025 (สิ่งสำคัญที่สุด)
- ขั้นตอนการยื่นวีซ่าเยอรมนี ประเภทวีซ่าครอบครัว ปี 2025
- ค่าใช้จ่ายในการขอวีซ่าเยอรมนี ประเภทวีซ่าครอบครัว ปี 2025
- จำนวนวันที่คาดว่าจะได้รับวีซ่า
- เมื่อเดินทางถึงเยอรมนี: ขั้นตอนต่อไปสำหรับการรวมญาติ
- ขอวีซ่าเยอรมนี ประเภทครอบครัว อย่างมั่นใจทุกขั้นตอน กับ NYC Visa&Translation
การย้ายไปอยู่กับครอบครัวที่พำนักอยู่ในประเทศเยอรมนี ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในชีวิตของใครหลายคน หากคุณเป็นพลเมืองไทยที่ต้องการเดินทางไปรวมญาติกับคู่สมรส บุตร หรือพ่อแม่ในเยอรมนี คุณจะต้องยื่นขอ วีซ่าประเภทพำนักระยะยาว (National Visa – Type D) สำหรับวัตถุประสงค์ในการรวมญาติ (Family Reunification) บทความนี้จะให้ข้อมูลอัปเดตล่าสุดสำหรับปี 2025 เกี่ยวกับขั้นตอนการยื่นขอวีซ่าครอบครัว เอกสารที่จำเป็น และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเดินทางสู่การรวมญาติของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น

ใครบ้างที่ต้องขอวีซ่าเยอรมนี ประเภทวีซ่าครอบครัวสำหรับพลเมืองไทย?
สำหรับพลเมืองไทย จำเป็นต้องขอวีซ่าประเภทพำนักระยะยาว (National Visa – Type D) หากต้องการเดินทางไปพำนักในประเทศเยอรมนีเพื่อวัตถุประสงค์ในการรวมญาติกับบุคคลในครอบครัวที่อาศัยอยู่ในเยอรมนีอย่างถูกกฎหมาย โดยมีระยะเวลานานเกินกว่า 90 วัน
วีซ่าครอบครัวครอบคลุมวัตถุประสงค์หลักดังนี้:
- การรวมญาติกับคู่สมรส (Spouse Reunification): สำหรับคู่สมรสของพลเมืองเยอรมัน, พลเมืองสหภาพยุโรป/เขตเศรษฐกิจยุโรป/สวิตเซอร์แลนด์, หรือผู้พำนักระยะยาวในเยอรมนี (ผู้ถือใบอนุญาตพำนักประเภทอื่น)
- การรวมญาติกับบุตร (Child Reunification): สำหรับบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ (อายุต่ำกว่า 18 ปี) ของพลเมืองเยอรมัน, พลเมืองสหภาพยุโรป/เขตเศรษฐกิจยุโรป/สวิตเซอร์แลนด์, หรือผู้พำนักระยะยาวในเยอรมนี
- การรวมญาติกับบิดา/มารดา (Parent Reunification): ในบางกรณี เช่น บิดา/มารดาของบุตรที่เป็นผู้เยาว์ซึ่งเป็นพลเมืองเยอรมัน หรือพลเมืองสหภาพยุโรป/เขตเศรษฐกิจยุโรป/สวิตเซอร์แลนด์ที่อาศัยอยู่ในเยอรมนี หรือในกรณีพิเศษอื่นๆ (เงื่อนไขค่อนข้างเข้มงวด)
สำคัญ: วีซ่าประเภท D นี้จะอนุญาตให้คุณเดินทางเข้าเยอรมนีได้ และมีผลบังคับใช้ในช่วงแรก (มักจะ 3-6 เดือน) เมื่อเดินทางถึงเยอรมนี คุณจะต้องดำเนินการลงทะเบียนกับหน่วยงานราชการท้องถิ่น และยื่นขอ ใบอนุญาตพำนัก (Residence Permit – Aufenthaltserlaubnis) จากสำนักงานคนต่างด้าว (Ausländerbehörde) เพื่อให้สามารถพำนักต่อในเยอรมนีได้อย่างถูกกฎหมาย

ยื่นวีซ่าเยอรมนี ประเภทวีซ่าครอบครัว ปี 2025 ที่ไหน?
สำหรับผู้ที่พำนักอยู่ในประเทศไทย การยื่นคำร้องขอวีซ่าเยอรมนี ประเภทวีซ่าครอบครัว จะต้องดำเนินการผ่าน ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า VFS Global ในประเทศไทย ซึ่งเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการของสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย ในการรับเอกสารและเก็บข้อมูลไบโอเมตริกซ์ (ลายนิ้วมือและรูปถ่าย)
- ที่อยู่ของ VFS Global สำหรับเยอรมนีในกรุงเทพฯ:
- ที่ตั้งปัจจุบัน: อาคารจามจุรี สแควร์ ชั้น 4 ยูนิตที่ 404-405 ถนนพญาไท แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 (โปรดตรวจสอบที่อยู่และข้อมูลติดต่อล่าสุดจากเว็บไซต์ VFS Global โดยตรงก่อนเดินทาง)
- การนัดหมาย: คุณจำเป็นต้องทำการนัดหมายล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ของ VFS Global เท่านั้น ไม่สามารถ Walk-in เข้าไปยื่นเอกสารได้ คิวสำหรับวีซ่าระยะยาวมักจะเต็มเร็ว คุณควรนัดหมายทันทีที่มีเอกสารสำคัญครบถ้วน โดยเฉพาะเอกสารที่ต้องใช้เวลารับรอง
- เขตอำนาจศาล: สถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำกรุงเทพฯ มีเขตอำนาจศาลครอบคลุมประเทศไทยเท่านั้น
สำคัญ: แม้ VFS Global จะเป็นผู้รับคำร้อง แต่การพิจารณาอนุมัติวีซ่าจะเป็นอำนาจของ สถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย ซึ่งจะมีการประสานงานกับสำนักงานคนต่างด้าว (Ausländerbehörde) ในเมืองที่คุณจะไปพำนักในเยอรมนีด้วย ทำให้กระบวนการใช้เวลานานขึ้น และสถานทูตอาจมีการเรียกสัมภาษณ์เพิ่มเติมได้หากจำเป็น
เอกสารที่ใช้ยื่นวีซ่าเยอรมนี ประเภทวีซ่าครอบครัว ปี 2025 (สิ่งสำคัญที่สุด)
การเตรียมเอกสารที่ครบถ้วน ถูกต้อง และเป็นปัจจุบันเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เอกสารทุกฉบับที่เป็นภาษาไทย ต้องได้รับการแปลเป็นภาษาเยอรมัน หรือภาษาอังกฤษ โดยนักแปลที่ได้รับการรับรอง และเอกสารสำคัญ เช่น ทะเบียนสมรส หรือสูติบัตร จะต้องผ่านกระบวนการรับรองเอกสาร (Legalization) จากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศของไทย และจากสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทยด้วย
นี่คือรายการเอกสารพื้นฐานที่คุณต้องเตรียม (กรุณาจัดเรียงตามลำดับที่ VFS Global กำหนด ซึ่งมักจะมี Checklist ให้ดาวน์โหลดในเว็บไซต์ของพวกเขา):

- แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่าพำนักระยะยาว (National Visa Application Form):
- กรอกข้อมูลออนไลน์ให้ครบถ้วนผ่านเว็บไซต์ VIDEX ของสถานทูตเยอรมนี: https://videx.diplo.de/
- พิมพ์ออกมาและลงลายเซ็นด้วยตัวเอง 2 ชุด
- หนังสือเดินทาง (Passport):
- ตัวจริง มีอายุเหลือใช้งานนานกว่าระยะเวลาที่คุณวางแผนจะพำนักในเยอรมนี อย่างน้อย 6 เดือน หลังจากวันเดินทางออกจากเยอรมนีที่คาดไว้
- มีหน้าว่างสำหรับติดวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้า ติดต่อกัน
- ออกให้ภายใน 10 ปีที่ผ่านมา
- ไม่มีรอยแก้ไขหรือชำรุด
- พร้อมสำเนาหน้าแรกที่มีข้อมูลส่วนตัว และสำเนาหน้าที่มีตราประทับวีซ่าเชงเก้น หรือตราประทับการเดินทางเข้า-ออกประเทศต่างๆ ทั้งหมด (ถ้ามี) 2 ชุด
- รูปถ่ายสี:
- ขนาด 3.5 x 4.5 ซม. จำนวน 3 ใบ
- ฉากหลังสีขาว ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน มองเห็นใบหน้าชัดเจน ไม่สวมหมวกหรือแว่นตาดำ (ตามมาตรฐานรูปถ่ายวีซ่าเชงเก้น/National Visa ของ ICAO)
- เอกสารส่วนตัวของผู้ยื่นคำร้อง (ผู้ที่ต้องการไปรวมญาติ):
- สำเนาบัตรประชาชน (พร้อมแปลเป็นภาษาเยอรมัน/อังกฤษ) 2 ชุด
- สำเนาทะเบียนบ้าน (พร้อมแปลเป็นภาษาเยอรมัน/อังกฤษ และผ่านกระบวนการ Legalization) 2 ชุด
- ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี) (พร้อมแปลและผ่านกระบวนการ Legalization) 2 ชุด
- ใบรับรองประวัติอาชญากรรม (สำหรับผู้ใหญ่) (พร้อมแปลเป็นภาษาเยอรมัน/อังกฤษ และรับรองจากกรมการกงสุลฯ) 2 ชุด
- เอกสารพิสูจน์ความสัมพันธ์กับผู้ที่พำนักอยู่ในเยอรมนี:
- สำหรับคู่สมรส:
- ทะเบียนสมรส (พร้อมแปลเป็นภาษาเยอรมัน/อังกฤษ และผ่านกระบวนการ Legalization) 2 ชุด
- ใบรับรองสถานภาพโสด (สำหรับผู้ที่เคยสมรสและหย่าร้าง) (พร้อมแปลและผ่านกระบวนการ Legalization) 2 ชุด
- รูปถ่ายงานแต่งงาน หรือรูปถ่ายครอบครัวที่แสดงความสัมพันธ์ที่ชัดเจน
- สำหรับบุตร:
- สูติบัตรของบุตร (พร้อมแปลเป็นภาษาเยอรมัน/อังกฤษ และผ่านกระบวนการ Legalization) 2 ชุด
- ทะเบียนสมรสของบิดา/มารดา (พร้อมแปลและผ่านกระบวนการ Legalization) 2 ชุด
- กรณีบุตรผู้เยาว์เดินทางคนเดียวหรือกับผู้ปกครองคนเดียว: หนังสือยินยอมจากผู้ปกครองที่ไม่เดินทางด้วย (ที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานราชการไทยและแปลแล้ว)
- สำหรับบิดา/มารดา:
- สูติบัตรของคุณ เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นบุตรของผู้ที่พำนักในเยอรมนี (พร้อมแปลและผ่านกระบวนการ Legalization) 2 ชุด
- ทะเบียนสมรสของบิดา/มารดา
- สำหรับคู่สมรส:
- เอกสารจากผู้ที่พำนักอยู่ในเยอรมนี (ผู้ที่ต้องการให้ญาติไปรวม):
- สำเนาหนังสือเดินทาง/บัตรประชาชนเยอรมัน/ใบอนุญาตพำนักในเยอรมนี: ของผู้เชิญ/ผู้ที่อยู่รวมญาติ (ผู้ถือสัญชาติเยอรมัน/EU/หรือผู้ถือใบอนุญาตพำนักประเภทอื่น) 2 ชุด
- หลักฐานการลงทะเบียนที่อยู่ในเยอรมนี (Meldebescheinigung): แสดงที่อยู่ปัจจุบัน 2 ชุด
- หลักฐานการมีที่พักเพียงพอ (Proof of Accommodation):
- สัญญาเช่า (Mietvertrag) ที่ระบุขนาดของที่พักและจำนวนคนที่สามารถพำนักได้ (โดยทั่วไปต้องมีพื้นที่เพียงพอสำหรับทุกคนที่พำนัก) 2 ชุด
- หรือหลักฐานการเป็นเจ้าของบ้าน
- หลักฐานทางการเงินที่เพียงพอ (Proof of Financial Means): เพื่อแสดงว่าสามารถเลี้ยงดูผู้ที่จะไปรวมญาติได้โดยไม่เป็นภาระของรัฐบาลเยอรมนี
- หนังสือรับรองการทำงาน/สัญญาจ้างงาน (Arbeitsvertrag) 2 ชุด
- สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3-6 เดือน 2 ชุด
- รายการเดินบัญชีธนาคาร (Bank Statement) ย้อนหลัง 3-6 เดือน 2 ชุด
- ใบประเมินภาษี (Steuerbescheid) (ถ้ามี)
- หลักฐานประกันสุขภาพ (Health Insurance):
- สำหรับผู้ที่เดินทางไป: กรมธรรม์ประกันสุขภาพที่ครอบคลุมการเดินทางเข้าเยอรมนีในช่วงแรก (มักจะ 3 เดือน) และครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลวงเงิน 30,000 ยูโร สำคัญ: เมื่อเดินทางถึงเยอรมนี ผู้ที่ไปรวมญาติจะต้องสมัครเข้าประกันสุขภาพของเยอรมนี (Public หรือ Private) ตามเงื่อนไขของสถานะตนเอง
- หลักฐานความสามารถทางภาษาเยอรมัน (สำหรับคู่สมรส):
- ใบรับรองผลสอบภาษาเยอรมันระดับ A1 (เช่น Goethe-Zertifikat A1: Start Deutsch 1 หรือ Telc Deutsch A1) ฉบับจริงและสำเนา 2 ชุด
- ข้อยกเว้น: ในบางกรณี เช่น ผู้ถือสัญชาติเยอรมันมีสัญชาติอื่นด้วย ผู้ที่เคยพำนักในเยอรมนีมาก่อน ผู้ที่มีวุฒิการศึกษาสูงมาก หรือผู้ที่ไม่สามารถเรียนภาษาได้เนื่องจากเหตุผลด้านสุขภาพอย่างร้ายแรง อาจได้รับการยกเว้น แต่ต้องมีหลักฐานชัดเจน
- จดหมายแรงจูงใจ (Motivation Letter / Cover Letter – Motivationsschreiben):
- เขียนอธิบายเป็นภาษาเยอรมัน หรืออังกฤษ ว่าทำไมคุณถึงต้องการไปรวมญาติ, ความสัมพันธ์กับผู้ที่พำนักในเยอรมนี, และแผนการในอนาคตหลังจากย้ายไปแล้ว
- หลักฐานการเดินทาง:
- ตั๋วเครื่องบินขาเดียว (เนื่องจากเป็นวีซ่าระยะยาว และไม่กำหนดวันกลับ) หรือใบยืนยันการจองตั๋วเครื่องบินที่แสดงวันเดินทางเข้าเยอรมนี
ข้อควรจำอย่างยิ่ง: นี่คือรายการเอกสารพื้นฐาน การเลือกประเภทวีซ่าที่เหมาะสมและการเตรียมเอกสารที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญที่สุด โปรดตรวจสอบรายการเอกสารที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุดจากเว็บไซต์ของสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย (ส่วนของวีซ่าระยะยาวสำหรับครอบครัว) และ VFS Global โดยละเอียดอยู่เสมอ เนื่องจากข้อกำหนดอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา และแต่ละกรณีอาจมีเอกสารเพิ่มเติมที่ต้องใช้

ขั้นตอนการยื่นวีซ่าเยอรมนี ประเภทวีซ่าครอบครัว ปี 2025
กระบวนการขอวีซ่าครอบครัวเยอรมนีต้องใช้ความอดทนและการวางแผนอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นวีซ่าประเภทที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน:
- รวบรวมและเตรียมเอกสารสำคัญที่ต้องผ่าน Legalization:
- เริ่มต้นแต่เนิ่นๆ: เอกสารสำคัญ เช่น ทะเบียนสมรส สูติบัตร ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล และทะเบียนบ้าน ต้องนำไปแปลเป็นภาษาเยอรมัน หรืออังกฤษ โดยนักแปลที่ได้รับการรับรอง
- รับรองจากกรมการกงสุลฯ (กระทรวงการต่างประเทศของไทย): นำเอกสารที่แปลแล้วไปรับรองที่กรมการกงสุลฯ ก่อน
- รับรองจากสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนี (Legalization): หลังจากผ่านการรับรองจากกรมการกงสุลฯ แล้ว ให้นำเอกสารไปยื่นที่สถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย เพื่อให้สถานทูตรับรองความถูกต้องของเอกสาร ขั้นตอนนี้อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน และมีค่าธรรมเนียม
- ดำเนินการเรื่องหลักฐานความสามารถทางภาษา (สำหรับคู่สมรส):
- หากคุณยังไม่มีใบรับรองผลสอบภาษาเยอรมัน A1 ให้ลงทะเบียนเรียนและสอบให้ผ่านโดยเร็วที่สุด
- รวบรวมและจัดเตรียมเอกสารอื่นๆ ทั้งหมด:
- รวบรวมเอกสารทั้งหมดตามรายการข้างต้นที่ไม่ได้ต้องผ่านกระบวนการ Legalization ตรวจสอบให้แน่ใจว่าครบถ้วนทุกฉบับ (ทั้งตัวจริงและสำเนาตามจำนวนที่กำหนด)
- กรอกแบบฟอร์มคำร้องออนไลน์ (VIDEX):
- เข้าสู่เว็บไซต์ VIDEX และกรอกแบบฟอร์มให้ครบถ้วนและถูกต้อง พิมพ์ออกมา 2 ชุดพร้อมลงลายเซ็น
- นัดหมายกับ VFS Global:
- เข้าสู่เว็บไซต์ VFS Global สำหรับเยอรมนี ทำการลงทะเบียนและนัดหมายวันและเวลาสำหรับยื่นเอกสาร
- ควรนัดหมายทันทีที่เอกสารที่ต้องผ่าน Legalization และผลสอบภาษาครบถ้วน เนื่องจากคิวอาจเต็มยาวนาน
- เดินทางไปยื่นเอกสารที่ VFS Global:
- ในวันนัดหมาย ให้ไปถึงศูนย์ VFS Global ก่อนเวลาเล็กน้อย
- ยื่นเอกสารทั้งหมด (ทั้งตัวจริงและสำเนาตามที่กำหนด) ให้กับเจ้าหน้าที่
- รับการสัมภาษณ์เบื้องต้น (อาจมี)
- เก็บข้อมูลไบโอเมตริกซ์ (ลายนิ้วมือ 10 นิ้วและรูปถ่าย)
- ชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าและค่าบริการ VFS Global
- รอผลการพิจารณา:
- สถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีจะเป็นผู้พิจารณาคำร้องของคุณ ซึ่งอาจมีการประสานงานกับสำนักงานคนต่างด้าว (Ausländerbehörde) ในเยอรมนีด้วย
- คุณสามารถติดตามสถานะได้ผ่านระบบติดตามออนไลน์ของ VFS Global
- รับหนังสือเดินทางคืน:
- เมื่อสถานทูตพิจารณาเสร็จสิ้น คุณจะได้รับการแจ้งเตือนให้ไปรับหนังสือเดินทางคืนที่ศูนย์ VFS Global หรือจัดส่งทางไปรษณีย์
ค่าใช้จ่ายในการขอวีซ่าเยอรมนี ประเภทวีซ่าครอบครัว ปี 2025
ค่าใช้จ่ายในการขอวีซ่าครอบครัวเยอรมนี ประกอบด้วย:
- ค่าธรรมเนียมวีซ่า (Visa Fee):
- สำหรับวีซ่า National Visa (Type D) โดยทั่วไปประมาณ 75 ยูโร (EUR) (ประมาณ 2,900 – 3,000 บาท ณ อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน)
- สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ในบางกรณี อาจได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมหรือเสียค่าธรรมเนียมลดลง
- สำคัญ: ค่าธรรมเนียมนี้ชำระเป็นเงินบาทไทย ไม่สามารถขอคืนได้
- ค่าบริการของ VFS Global (Service Fee):
- เป็นค่าธรรมเนียมในการจัดการและประมวลผลคำร้อง
- อัตราค่าบริการจะอยู่ที่ประมาณ 800 – 900 บาท (โปรดตรวจสอบอัตราล่าสุดจากเว็บไซต์ VFS Global โดยตรง)
- ค่าใช้จ่ายสำหรับการแปลและรับรองเอกสาร (Legalization):
- ค่าแปลเอกสาร: ขึ้นอยู่กับจำนวนและประเภทของเอกสารที่ต้องแปล (อาจมีตั้งแต่หลักร้อยถึงหลายพันบาทต่อหน้า)
- ค่ารับรองเอกสารจากกรมการกงสุลฯ: 200 บาทต่อเอกสาร
- ค่ารับรองเอกสารจากสถานทูตเยอรมนี (Legalization): มีค่าธรรมเนียมต่อเอกสาร (ตรวจสอบจากเว็บไซต์สถานทูตเยอรมนีสำหรับอัตราที่แน่นอน)
- ค่าใช้จ่ายสำหรับการเรียนและสอบภาษาเยอรมัน A1:
- ค่าคอร์สเรียนภาษา: แตกต่างกันไปตามสถาบันสอนภาษา
- ค่าสอบ Goethe-Zertifikat A1: ประมาณ 3,000 – 4,000 บาท (โปรดตรวจสอบราคาจาก Goethe-Institut โดยตรง)
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)
- ค่าถ่ายรูป: สำหรับรูปถ่ายติดวีซ่า (ประมาณ 100-200 บาท)
- ค่าประกันภัยการเดินทาง (สำหรับช่วงแรก): ขึ้นอยู่กับแผนประกันและระยะเวลาคุ้มครอง
- ค่าจัดส่งหนังสือเดินทางคืนทางไปรษณีย์: หากเลือกใช้บริการนี้ (ประมาณ 200-300 บาท)
สรุปค่าใช้จ่ายหลักโดยประมาณ: ค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าและ VFS Global ประมาณ 3,700 – 3,900 บาท ยังไม่รวม ค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่สำหรับค่าแปลและรับรองเอกสาร (Legalization) ซึ่งอาจมีหลายพันถึงหมื่นบาท และค่าเรียน/สอบภาษา (ซึ่งอาจมีหลักหมื่นบาท) ทำให้ค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมดอาจสูงถึงหลักหมื่นบาทขึ้นไป

จำนวนวันที่คาดว่าจะได้รับวีซ่า
กระบวนการพิจารณาวีซ่าครอบครัวเยอรมนีใช้เวลานานที่สุดเมื่อเทียบกับวีซ่าประเภทอื่นๆ เนื่องจากต้องมีการตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียด และการประสานงานกับสำนักงานคนต่างด้าว (Ausländerbehörde) ในเยอรมนี:
- ระยะเวลาพิจารณาคำร้อง: โดยทั่วไปประมาณ 3-6 เดือน นับจากวันที่ยื่นเอกสารครบถ้วนที่ VFS Global
- ในบางกรณี อาจใช้เวลานานกว่า 6 เดือน หากมีข้อสงสัย ต้องการเอกสารเพิ่มเติม มีประวัติการเดินทางที่ไม่ชัดเจน หรือเป็นช่วงที่มีคำร้องจำนวนมาก
- ข้อแนะนำที่สำคัญที่สุด: ควรยื่นคำร้องขอวีซ่าล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือน หรือมากกว่านั้น ก่อนวันเดินทางที่วางแผนไว้ เพื่อให้มีเวลาเพียงพอสำหรับการพิจารณา และจัดการกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้น เช่น การขอเอกสารเพิ่มเติม หรือการแก้ไขข้อผิดพลาด ห้ามซื้อตั๋วเครื่องบินจนกว่าจะได้รับวีซ่า
เมื่อเดินทางถึงเยอรมนี ขั้นตอนต่อไปสำหรับการรวมญาติ
การได้รับวีซ่าประเภท D สำหรับการรวมญาติเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เมื่อเดินทางถึงเยอรมนี คุณจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนด (มักจะ 3 เดือนแรก) เพื่อให้สามารถพำนักต่อได้อย่างถูกกฎหมาย:
- ลงทะเบียนที่อยู่ (Anmeldung):
- ภายใน 1-2 สัปดาห์แรกหลังจากเดินทางถึงเยอรมนี คุณจะต้องลงทะเบียนที่อยู่กับสำนักงานทะเบียนราษฎร (Bürgeramt หรือ Einwohnermeldeamt) ในเมืองที่คุณพำนัก
- ทำประกันสุขภาพของเยอรมนี:
- คุณจะต้องสมัครประกันสุขภาพ (Public หรือ Private Health Insurance) ตามประเภทและเงื่อนไขของสถานะคุณในเยอรมนี
- ยื่นขอใบอนุญาตพำนัก (Residence Permit – Aufenthaltserlaubnis):
- ก่อนที่วีซ่าประเภท D ที่คุณได้รับจากสถานทูตจะหมดอายุ (มักจะมีอายุ 3-6 เดือน) คุณจะต้องยื่นเรื่องขอใบอนุญาตพำนัก (Residence Permit) กับสำนักงานคนต่างด้าว (Ausländerbehörde) ในเมืองที่คุณพำนัก
- การยื่นขอใบอนุญาตพำนักนี้ จะต้องใช้เอกสารคล้ายกับการยื่นวีซ่า และอาจรวมถึงหลักฐานการลงทะเบียนที่อยู่ หลักฐานประกันสุขภาพ และหลักฐานความสัมพันธ์
- เมื่อได้รับใบอนุญาตพำนักแล้ว คุณก็จะสามารถพำนักในเยอรมนีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ขอวีซ่าเยอรมนี ประเภทครอบครัว อย่างมั่นใจทุกขั้นตอน กับ NYC Visa&Translation
การขอวีซ่าเยอรมนีประเภทครอบครัวเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนมากและต้องใช้ความละเอียดรอบคอบในการเตรียมเอกสารทุกขั้นตอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเตรียมเอกสารพิสูจน์ความสัมพันธ์และการผ่านกระบวนการ Legalization ที่ใช้เวลานาน หากคุณต้องการความช่วยเหลือเพื่อให้กระบวนการนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและลดความกังวล
NYC Visa&Translation พร้อมเป็นผู้ช่วยมืออาชีพของคุณ เรามีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาและบริการด้านวีซ่า เพื่อให้การขอวีซ่าเยอรมนีประเภทครอบครัวของคุณเป็นไปอย่างถูกต้องและเพิ่มโอกาสในการอนุมัติ
บริการของเราครอบคลุม:
- ให้คำปรึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับขั้นตอนและข้อกำหนดของวีซ่าเยอรมนี ประเภทครอบครัวที่เหมาะสมกับความสัมพันธ์ของคุณ
- ตรวจสอบความถูกต้องและจัดเตรียมรายการเอกสารที่จำเป็นสำหรับเคสของคุณ
- ช่วยเหลือในการกรอกแบบฟอร์มคำร้องวีซ่าออนไลน์ (VIDEX)
- บริการแปลเอกสารสำคัญต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้ (พร้อมรับรองการแปล หากต้องการ)
- ให้คำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนการรับรองเอกสาร (Legalization) จากกรมการกงสุลฯ และสถานทูตเยอรมนี
- ให้คำแนะนำเกี่ยวกับหลักฐานทางการเงินและประกันสุขภาพ
- ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเตรียมตัวสำหรับการยื่นเอกสารที่ VFS Global และขั้นตอนการดำเนินการเมื่อเดินทางถึงเยอรมนี

ค่าบริการของเราเริ่มต้นเพียง 8,000 บาท (ไม่รวมค่าธรรมเนียมวีซ่า ค่าบริการ VFS Global ค่าแปลเอกสาร ค่าธรรมเนียม Legalization ค่าเรียน/สอบภาษา และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง) ราคาจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของเคสและบริการเสริมที่คุณต้องการ
ให้ NYC Visa&Translation ช่วยให้เส้นทางการรวมญาติในเยอรมนีของคุณเริ่มต้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ!
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการขอวีซ่าเยอรมนี ประเภทครอบครัว (Family Reunification Visa) (FAQ)
- พลเมืองไทยต้องขอวีซ่าประเภทไหนเพื่อไปรวมญาติที่เยอรมนี?
- คุณต้องขอ วีซ่าประเภทพำนักระยะยาว (National Visa – Type D) สำหรับวัตถุประสงค์การรวมญาติ
- สามารถยื่นวีซ่าครอบครัวเยอรมนีได้ที่ไหนในประเทศไทย?
- คุณต้องยื่นคำร้องผ่านศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า VFS Global ในกรุงเทพฯ
- เอกสารสำคัญที่สุดสำหรับการขอวีซ่าครอบครัวคืออะไร?
- เอกสารพิสูจน์ความสัมพันธ์ (เช่น ทะเบียนสมรส สูติบัตร) ที่ผ่านการ Legalization และ หลักฐานแสดงว่าผู้ที่พำนักในเยอรมนีมีรายได้และที่พักเพียงพอ
- เอกสารภาษาไทยต้องแปลเป็นภาษาอะไรและต้องรับรองด้วยหรือไม่?
- เอกสารภาษาไทยต้องแปลเป็น ภาษาเยอรมัน หรือ ภาษาอังกฤษ และเอกสารสำคัญ เช่น ทะเบียนสมรส สูติบัตร ต้องผ่านกระบวนการ Legalization (รับรองจากกรมการกงสุลฯ และสถานทูตเยอรมนี)
- คู่สมรสที่ต้องการไปรวมญาติในเยอรมนีต้องมีความรู้ภาษาเยอรมันหรือไม่?
- โดยทั่วไปแล้ว จำเป็นต้องมีใบรับรองผลสอบภาษาเยอรมันระดับ A1 เป็นอย่างน้อย (ยกเว้นบางกรณีที่ได้รับข้อยกเว้น)
- ค่าธรรมเนียมวีซ่าครอบครัวเท่าไหร่?
- โดยทั่วไปประมาณ 75 ยูโร (ประมาณ 2,900 – 3,000 บาท) ไม่รวมค่าบริการของ VFS Global และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมเอกสาร
- ใช้เวลานานเท่าไหร่ในการพิจารณาวีซ่าครอบครัว?
- โดยทั่วไปประมาณ 3-6 เดือน แต่อาจใช้เวลานานกว่านั้น ควรยื่นล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือน ก่อนวันเดินทางที่วางแผนไว้
- ต้องสแกนลายนิ้วมือไหม?
- ใช่ ผู้ขอวีซ่าทุกคนที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป ต้องสแกนลายนิ้วมือ (ข้อมูลไบโอเมตริกซ์)
- หลังจากได้วีซ่าและเดินทางถึงเยอรมนีแล้ว ต้องทำอะไรต่อ?
- ภายใน 3 เดือนแรก คุณต้อง ลงทะเบียนที่อยู่ กับ Bürgeramt/Einwohnermeldeamt, ทำประกันสุขภาพเยอรมัน, และ ยื่นขอใบอนุญาตพำนัก (Residence Permit – Aufenthaltserlaubnis) กับ Ausländerbehörde

- หากผู้ที่พำนักในเยอรมนีไม่สามารถแสดงรายได้ที่เพียงพอได้ จะทำอย่างไร?
- การแสดงรายได้และที่พักที่เพียงพอเป็นเงื่อนไขสำคัญ หากไม่เพียงพอ คำร้องอาจถูกปฏิเสธ ในบางกรณี อาจพิจารณาจากทรัพย์สิน หรือเงินเก็บ แต่เงื่อนไขจะเข้มงวดมาก
- จำเป็นต้องซื้อตั๋วเครื่องบินก่อนได้รับวีซ่าหรือไม่?
- ไม่แนะนำ ให้ซื้อตั๋วเครื่องบินจนกว่าจะได้รับวีซ่า เนื่องจากวีซ่าครอบครัวใช้เวลานานในการพิจารณาและมีความไม่แน่นอนสูง ควรจองตั๋วที่สามารถยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงได้ หรือรอให้วีซ่าอนุมัติก่อน
- การปฏิเสธวีซ่าสามารถอุทธรณ์ได้หรือไม่?
- ได้ คุณมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ (Remonstration) ต่อสถานทูตเยอรมนีได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดหลังจากได้รับจดหมายปฏิเสธ โดยต้องมีเหตุผลและหลักฐานใหม่ที่น่าเชื่อถือ
บริการทุกจังหวัดในประเทศไทยและทุกประเทศทั่วโลก
บริษัท NYC VISA & TRANSLATION มีสาขาทั่วประเทศไทย ทำให้คุณสามารถเข้าถึงบริการขอวีซ่าประเทศต่าง ๆ ใกล้บ้านของคุณอย่างสะดวก ทั้งนี้เรายังสามารถยื่นขอวีซ่าทุกประเภท ยื่นได้ทุกประเทศจากทั่วทุกมุมโลก
หากคุณกำลังมองหาบริการรับยื่นวีซ่า รับทำวีซ่า ที่ครบวงจรและมีทีมงานมืออาชีพที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของประเทศ
ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเราที่ www.nycvisa.org
เรามีสาขาให้บริการกว่า 26 สาขาทั่วประเทศ เรายินดีให้ความช่วยเหลือคุณในขั้นตอนการขอวีซ่าของคุณและให้คำปรึกษาในทุกข้อสงสัยของคุณเกี่ยวกับวีซ่าทุกประเทศทั่วโลก
ติดต่อเรา
- NYC VISA & TRANSLATION
- ที่อยู่ : ที่อยู่สำหรับติดต่อ : 61 ซอยลาดพร้าว 95 (ปรางค์ทิพย์) แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310
- สาขาขอนแก่น (โครงการ The Wall) : ชั้น 2 โครงการ The Wall ถนนรื่นรมย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
- Facebook : NYC Visa and Translation NAATI Notary Public Service
- LINE OFFICIAL ID : @NYCV
- โทรศัพท์ : 083-2494999
- E-mail : contact@nycvisa.org
NYC Visa & Translation พร้อมให้บริการคุณในการดำเนินการขอวีซ่าทุกประเภทวีซ่า และทุกประเทศทั่วโลก พร้อมด้วยบริการแปลเอกสารทุกประเภท เรามุ่งมั่นที่จะให้บริการที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้ เพื่อให้คุณสามารถเดินทางไปยังจุดหมายได้อย่างราบรื่นและมั่นใจ เรายินดีให้บริการในกรุงเทพมหานคร และจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศไทย ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาและข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการของเราได้ทุกเมื่อ ทีมงานของเราพร้อมให้ความช่วยเหลือคุณในทุกขั้นตอนของการดำเนินการขอวีซ่าและการแปลเอกสาร
เขียนโดย






























ใส่ความเห็น