Table of Contents
- ทำความเข้าใจวีซ่าครอบครัวฮังการี (Residence Permit for Family Reunification)
- สถานที่และวิธีการยื่นคำร้อง
- เอกสารที่ต้องใช้ (เตรียมให้ครบทั้งผู้สมัครและผู้สนับสนุน)
- ขั้นตอนการยื่นคำร้องวีซ่าครอบครัว
- ค่าใช้จ่ายและระยะเวลาพิจารณา
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
การได้ย้ายไปอยู่กับคู่ชีวิตหรือสมาชิกในครอบครัวในต่างแดนเป็นเป้าหมายของหลายๆ คน หากคุณมีคู่สมรสหรือบุตรที่พำนักอยู่ในฮังการีอย่างถูกกฎหมาย การขอ วีซ่าครอบครัว (Family Visa) หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า ใบอนุญาตพำนักเพื่อการรวมครอบครัว (Residence Permit for the Purpose of Family Reunification) คือขั้นตอนสำคัญที่คุณต้องทำความเข้าใจ บทความนี้จะให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับขั้นตอนการยื่นคำร้องและเอกสารที่ต้องใช้สำหรับการขอวีซ่าประเภทนี้ในปี 2025

ทำความเข้าใจวีซ่าครอบครัวฮังการี (Residence Permit for Family Reunification)
วีซ่าครอบครัวในฮังการีไม่ได้เป็นเพียงวีซ่าเข้าประเทศระยะสั้น แต่เป็นวีซ่าสำหรับการพำนักระยะยาว โดยมี 2 ขั้นตอนสำคัญ:
- วีซ่าพำนักระยะยาว (National Visa) ประเภท D: เป็นวีซ่าที่ใช้สำหรับเข้าประเทศฮังการีในระยะเริ่มต้น เมื่อได้รับการอนุมัติ คุณจะได้รับวีซ่า D-Visa เพื่อใช้เดินทางเข้าฮังการีภายใน 30 วัน
- ใบอนุญาตพำนัก (Residence Permit): เมื่อเดินทางถึงฮังการีแล้ว คุณจะต้องดำเนินการขอใบอนุญาตพำนักภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อให้สามารถพำนักอยู่ได้อย่างถูกต้องในระยะยาว
ผู้ที่มีสิทธิ์ยื่นขอวีซ่าประเภทนี้คือ คู่สมรส และ บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ (อายุต่ำกว่า 18 ปี) ของบุคคลที่เป็นผู้สนับสนุน (Sponsor)
ใครเป็นผู้สนับสนุน (Sponsor) ได้?
- พลเมืองฮังการี
- ผู้ที่ถือใบอนุญาตพำนักในฮังการีด้วยวัตถุประสงค์ในการทำงาน, ศึกษา, หรืออื่นๆ

สถานที่และวิธีการยื่นคำร้อง
การยื่นคำร้องขอวีซ่าครอบครัว (National D-Visa) จะต้องดำเนินการโดย ผู้สมัคร (ในประเทศไทย) ด้วยตนเอง ที่ สถานทูตฮังการีประจำประเทศไทย และต้องทำการนัดหมายล่วงหน้าเท่านั้น
- ที่ตั้ง: สถานเอกอัครราชทูตฮังการี ประจำประเทศไทย
- เลขที่ 279 อาคารบางกอกซิตี้ทาวเวอร์ ชั้น 14 ถนนสาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120
- ข้อควรรู้: การยื่นคำร้องประเภทนี้ไม่สามารถทำได้ที่ศูนย์ VFS Global
เอกสารที่ต้องใช้ (เตรียมให้ครบทั้งผู้สมัครและผู้สนับสนุน)
การเตรียมเอกสารที่ครบถ้วนและสอดคล้องกันจากทั้งสองฝ่ายคือปัจจัยสำคัญที่สุดในการพิจารณา การที่เอกสารไม่ครบถ้วนเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้การพิจารณาล่าช้าหรือถูกปฏิเสธ
1. เอกสารจากฝั่งผู้สมัคร (ในประเทศไทย)

- แบบฟอร์มคำร้อง: กรอกแบบฟอร์มขอวีซ่า D-Visa ให้ครบถ้วนและลงลายมือชื่อ
- หนังสือเดินทาง (Passport):
- ฉบับจริงและสำเนาหน้าที่มีข้อมูลส่วนตัว
- ต้องมีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือน นับจากวันที่จะเดินทาง
- รูปถ่ายสี: ขนาด 3.5 x 4.5 ซม. จำนวน 2 รูป พื้นหลังสีขาว
- หลักฐานแสดงความสัมพันธ์:
- กรณีคู่สมรส: ทะเบียนสมรสฉบับจริงพร้อมสำเนาที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศ (มท.)
- กรณีบุตร: สูติบัตรฉบับจริงพร้อมสำเนาที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศ (มท.)
- หลักฐานทางการเงิน: เพื่อแสดงว่าคุณมีเงินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายส่วนตัวในระยะเริ่มต้น
- Bank Statement: รายการเดินบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน
- หลักฐานอื่นๆ: เช่น สำเนาบัตรประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้าน
2. เอกสารจากฝั่งผู้สนับสนุน (ในฮังการี)
- จดหมายเชิญ: จดหมายที่เขียนโดยผู้สนับสนุน ระบุความสัมพันธ์, วัตถุประสงค์ในการเดินทาง, และความรับผิดชอบในการดูแลค่าใช้จ่ายตลอดระยะเวลาพำนัก
- แบบฟอร์มรับรองที่พัก (Accommodation Report): ผู้สนับสนุนต้องไปกรอกและลงนามในแบบฟอร์มอย่างเป็นทางการที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในฮังการี เพื่อยืนยันว่ามีที่พักสำหรับผู้สมัคร
- เอกสารยืนยันสถานะการพำนัก:
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนฮังการี (สำหรับพลเมืองฮังการี)
- สำเนาบัตรอนุญาตพำนัก (Residence Card) และพาสปอร์ต (สำหรับผู้ที่ถือ Residence Permit)
- หลักฐานทางการเงิน: เพื่อพิสูจน์ว่ามีความสามารถในการดูแลค่าใช้จ่ายของครอบครัว
- สลิปเงินเดือน หรือหนังสือรับรองการทำงาน
- Bank Statement ของผู้สนับสนุน
- เอกสารการเสียภาษี
ขั้นตอนการยื่นคำร้องวีซ่าครอบครัว
- นัดหมาย: ติดต่อสถานทูตฮังการีในกรุงเทพฯ เพื่อขอวันและเวลาในการยื่นคำร้อง
- เตรียมเอกสาร: ผู้สมัครและผู้สนับสนุนต้องรวบรวมเอกสารของตนเองให้ครบถ้วน โดยผู้สมัครต้องนำเอกสารทั้งหมดไปยื่นด้วยตนเอง
- ยื่นคำร้องและสัมภาษณ์: เดินทางไปที่สถานทูตตามนัดหมายเพื่อยื่นเอกสารและเข้ารับการสัมภาษณ์จากเจ้าหน้าที่
- รอผลพิจารณา: สถานทูตจะส่งเอกสารทั้งหมดไปให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในฮังการีเพื่อพิจารณา ซึ่งอาจใช้เวลานาน
- รับวีซ่า: หากได้รับการอนุมัติ สถานทูตจะแจ้งให้ไปรับหนังสือเดินทางคืนพร้อมกับ D-Visa
- เดินทางและขอ Residence Permit: เดินทางเข้าฮังการีภายใน 30 วันหลังจากได้รับวีซ่า D-Visa และดำเนินการขอใบอนุญาตพำนัก (Residence Permit) ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของฮังการีในพื้นที่

ค่าใช้จ่ายและระยะเวลาพิจารณา
ค่าธรรมเนียม
- ค่าธรรมเนียมวีซ่า: ประมาณ 110 ยูโร (ประมาณ 4,400 บาท)
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ: ค่าแปลเอกสาร, ค่าเดินทาง, ค่าประกันสุขภาพ
ระยะเวลาพิจารณา
- โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 15-30 วันทำการ แต่เนื่องจากเป็นวีซ่าระยะยาวที่ต้องผ่านการตรวจสอบหลายขั้นตอน จึงอาจใช้เวลานานถึง 60-70 วัน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
วีซ่าครอบครัวอนุญาตให้ทำงานได้หรือไม่?
ได้ค่ะ เมื่อคุณได้รับใบอนุญาตพำนัก (Residence Permit) ในฮังการีแล้ว คุณจะได้รับอนุญาตให้ทำงานได้โดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ
จำเป็นต้องมีทะเบียนสมรสที่รับรองจากสถานทูตไหม?
จำเป็นค่ะ เอกสารแสดงความสัมพันธ์ เช่น ทะเบียนสมรสหรือสูติบัตร จะต้องได้รับการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศของไทยก่อนนำไปยื่นที่สถานทูตฮังการี

ผู้สนับสนุนต้องมีรายได้ขั้นต่ำเท่าไหร่?
ไม่มีตัวเลขที่แน่นอน แต่ผู้สนับสนุนจะต้องแสดงให้เห็นว่ามีรายได้ที่มั่นคงและเพียงพอต่อการเลี้ยงดูทั้งตนเองและผู้สมัครได้ตามมาตรฐานที่กำหนดโดยกฎหมายฮังการี
วีซ่าครอบครัวมีอายุนานเท่าไหร่?
วีซ่า D-Visa มีอายุ 30 วันสำหรับเดินทางเข้าประเทศ แต่ใบอนุญาตพำนัก (Residence Permit) ที่คุณจะได้รับเมื่อไปถึงฮังการี จะมีอายุเท่ากับใบอนุญาตพำนักของผู้สนับสนุน และสามารถต่ออายุได้
ถ้าผู้สมัครกับผู้สนับสนุนไม่เคยเจอกัน จะมีผลต่อการพิจารณาไหม?
ความสัมพันธ์ที่แท้จริงเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณา หากความสัมพันธ์ไม่ชัดเจนหรือขาดหลักฐานยืนยัน อาจส่งผลให้คำร้องถูกปฏิเสธได้
การยื่นวีซ่าแบบนี้ต้องผ่าน VFS Global หรือไม่?
ไม่ค่ะ การยื่นขอวีซ่าพำนักระยะยาว (D-Visa) จะต้องยื่นโดยตรงกับสถานทูตฮังการีเท่านั้น

หากคำร้องถูกปฏิเสธ จะทำอย่างไร?
คุณสามารถยื่นอุทธรณ์การตัดสินภายใน 8 วันทำการหลังจากได้รับจดหมายปฏิเสธ หรือสามารถยื่นคำร้องใหม่เมื่อคุณพร้อมและได้แก้ไขข้อบกพร่องแล้ว
ต้องมีหลักฐานแสดงความสัมพันธ์อย่างไรบ้าง?
นอกจากทะเบียนสมรสหรือสูติบัตรแล้ว เจ้าหน้าที่อาจพิจารณาหลักฐานอื่นๆ เช่น รูปถ่ายร่วมกัน, บันทึกการสนทนา, หรือหลักฐานการเดินทางไปมาหาสู่กัน เพื่อยืนยันความสัมพันธ์
การสัมภาษณ์ที่สถานทูตเป็นอย่างไร?
การสัมภาษณ์มีวัตถุประสงค์เพื่อยืนยันข้อมูลในเอกสารและทำความเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ในการย้ายถิ่นฐานของคุณ โดยทั่วไปจะถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับผู้สนับสนุน, แผนการใช้ชีวิตในฮังการี, และการทำงาน/การศึกษาในอนาคต

สามารถนำพ่อแม่ไปอยู่ด้วยได้ไหม?
ในสถานการณ์ทั่วไป วีซ่าครอบครัวจะครอบคลุมเฉพาะคู่สมรสและบุตรเท่านั้น การนำบิดามารดาไปอยู่ด้วยจะอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ซับซ้อนกว่าและพิจารณาเป็นรายกรณี
บริการทุกจังหวัดในประเทศไทยและทุกประเทศทั่วโลก
บริษัท NYC VISA & TRANSLATION มีสาขาทั่วประเทศไทย ทำให้คุณสามารถเข้าถึงบริการขอวีซ่าประเทศต่าง ๆ ใกล้บ้านของคุณอย่างสะดวก ทั้งนี้เรายังสามารถยื่นขอวีซ่าทุกประเภท ยื่นได้ทุกประเทศจากทั่วทุกมุมโลก
หากคุณกำลังมองหาบริการรับยื่นวีซ่า รับทำวีซ่า ที่ครบวงจรและมีทีมงานมืออาชีพที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของประเทศ
ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเราที่ www.nycvisa.org
เรามีสาขาให้บริการกว่า 26 สาขาทั่วประเทศ เรายินดีให้ความช่วยเหลือคุณในขั้นตอนการขอวีซ่าของคุณและให้คำปรึกษาในทุกข้อสงสัยของคุณเกี่ยวกับวีซ่าทุกประเทศทั่วโลก
ติดต่อเรา
- NYC VISA & TRANSLATION
- ที่อยู่ : ที่อยู่สำหรับติดต่อ : 61 ซอยลาดพร้าว 95 (ปรางค์ทิพย์) แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310
- สาขาขอนแก่น (โครงการ The Wall) : ชั้น 2 โครงการ The Wall ถนนรื่นรมย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
- Facebook : NYC Visa and Translation NAATI Notary Public Service
- LINE OFFICIAL ID : @NYCV
- โทรศัพท์ : 083-2494999
- E-mail : contact@nycvisa.org
NYC Visa & Translation พร้อมให้บริการคุณในการดำเนินการขอวีซ่าทุกประเภทวีซ่า และทุกประเทศทั่วโลก พร้อมด้วยบริการแปลเอกสารทุกประเภท เรามุ่งมั่นที่จะให้บริการที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้ เพื่อให้คุณสามารถเดินทางไปยังจุดหมายได้อย่างราบรื่นและมั่นใจ เรายินดีให้บริการในกรุงเทพมหานคร และจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศไทย ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาและข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการของเราได้ทุกเมื่อ ทีมงานของเราพร้อมให้ความช่วยเหลือคุณในทุกขั้นตอนของการดำเนินการขอวีซ่าและการแปลเอกสาร
เขียนโดย






























ใส่ความเห็น